Category สถานที่ท่องเที่ยว

ถ้ำ Son doong ประเทศเวียดนาม 

           สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปผจญภัยกันในครั้งนี้นั้นจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเวียดนามซึ่งที่นี่บอกได้เลยว่าหากใครที่ชื่นชอบการผจญภัยชื่นชอบความเป็นธรรมชาติมาที่นี่แล้วรับรองคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนโดยสถานที่ที่เราจะไปเที่ยวกันนั้นจะเป็นถ้ำที่มีชื่อว่าถ้ำซันดองโดยถ้ำแห่งนี้ถูกค้นพบ มาตั้งแต่ปีค.ศ 1991และผู้ที่ทำการค้นพบถ้ำแห่งนี้ก็คือ Ho Khanh นั่นเอง

          ถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำที่ขึ้นชื่อว่าเป็นถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งหลังจากที่มีการค้นพบทางแห่งนี้แล้วทางด้านนักผจญภัยชาวอังกฤษคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Howard Limbert ก็ได้เข้าไปสำรวจภายในถ้ำดังกล่าวซึ่งจะเห็นได้ว่าถ้ำแห่งนี้มีความงดงามและเป็นถ้ำที่มีความสูงใหญ่มากๆเลยทีเดียวด้านในนั้นมีทั้งหินงอกและหินย้อย

          นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำไหลผ่านรวมถึงมีเสาหินปูนขนาดใหญ่และขนาดเล็กลดหลั่นแตกต่างกันออกไปอยู่ภายในถ้ำแห่งนี้บอกได้คำเดียวเลยว่าถ้ามาเที่ยวที่ถ้ำแห่งนี้นั้นจะต้องเป็นคนที่ชอบการผจญภัยเป็นอย่างมากเพราะในถ้ำแห่งนี้ไม่ได้มีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวทำมากนักนอกจากการไปสำรวจภายในบริเวณถ้ำแล้วก็ไปเล่นน้ำภายในถ้ำนั่นเอง

          อย่างไรก็ตามถ้ำแห่งนี้นั้นหลังจากที่มีการสำรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่ากันว่ามีอายุเก่าแก่มากกว่า 5 ล้านปีมาแล้วและแน่นอนว่าตรงบริเวณปากถ้ำนั้นมีความใหญ่โตมโหฬารมากๆซึ่งจะเห็นได้ว่าถ้ำนี้มีความกว้างถึง 200 เมตรเลยทีเดียวในขณะที่คุณสามารถเดินเข้าไปในถ้ำแล้ววัดความยาวได้ถึง 9 กิโลเมตรและถ้ำแห่งนี้ก็สูงถึง 150 เมตรเพราะฉะนั้นเมื่อนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวภายในถ้ำแห่งนี้จะไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่นิดเดียวเนื่องจากว่าถ้ำนั้นเป็นถ้ำขนาดใหญ่แล้วก็โล่งมีลมพัดผ่านอยู่ตลอดเวลา

         หากใครอยากจะรู้ลักษณะภายในถ้ำคุณสามารถเข้าไปชมรายการ ที่มีการนำดาราเกาหลีและดาราไต้หวันไปเที่ยวด้วยกันซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งในนั้นก็คือที่ถ้ำซันดองแห่งนี้นั่นเอง

การเดินทางมาเที่ยวที่ถ้ำ Son doong ประเทศเวียดนาม   แห่งนี้นั้นควรจะต้องมาเป็นหมู่คณะกับเพื่อนและก่อนจะมาคุณควรจะต้องมีการฟิตร่างกายให้แข็งแรงเพราะที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแนวผจญภัยอย่างเดียวซึ่งแน่นอนว่าคุณจะได้เพลิดเพลินกับการปีนป่ายหินการได้เดินทางไกลในป่าเขา  ดังนั้นถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่ชื่นชอบความสวยงามและไม่ชอบความยากลำบากแล้วเราก็จะไม่เหมาะกับการมาเที่ยวที่นี่แต่ถ้าเกิดว่าใครที่ชอบรับรองได้เลยว่าวันเดียวคุณก็เที่ยวที่นี่ก็ไม่ทั่วถึงอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย    วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

พาเที่ยวเมืองซาปา ประเทศเวียดนาม

            สำหรับเมืองซาปา ของประเทศเวียดนี้ ต้องบอกเลยว่า ถ้าใครมาเที่ยวที่ประเทศเวียดนามแล้วมองข้ามเมืองนี้ ไม่ยอมมาเที่ยวหรือมาเช็คอินแล้วล่ะก็ ถือว่าคุณนั้นพลาดอย่างแรงเลยทีเดียว ต้องบอกเลยว่าสำหรับเมืองนี้บรรยากาศดีมากมาก  อาการก็เย็นสบายมากเช่นเดียวกัน ยิ่งถ้าเดินทางมาท่องเที่ยวที่เมืองซาปา แห่งนี้ตอนหน้าหนาวแล้วล่ะก็ คุณจะได้สัมผัสกับหิมะเลยที่เดียวเพราะที่นี่ หากเข้าช่วงฤดูหนาว อากาศจะต่ำมาก บางช่วงลดต่ำถึงศูนย์องศาเซลเซียส ก็เคยมาแล้ว 

         หลายคนอาจจะมองว่าประเทศเวียดนามไม่มีอะไรน่าสนใจและน่าเที่ยว  และถ้าใครคิดแบบนี้บอกได้เลยว่าคุณคิดผิดมากมากเลยนะจะบอกให้ เพราะที่นี่ สวยงามมากกว่าที่คุณจะจินตนาการเอาไว้เยอะมากเลยล่ะค่ะ เมืองซาปาแห่งนี้มีพื้นที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา  และมีการออกแบบสิ่งก่อสร้างให้มีความสวยงามโดยเน้นการสร้างแบบสไตล์ยุโรป

        ใครที่เดินทางมาเที่ยวที่เมืองซาปาแห่งนี้ ถึงแม้ว่าช่วงหน้าหนาวคุณมาเที่ยว แต่ช่วงฤดูอื่นคุณก็สามารถมาดูความสวยงามของเมืองนี้ได้เช่นกัน เพราะถึงแม้จะเป็นฤดูอื่นที่เมืองซาปาแห่งนี้ อากาศก็เย็นสบายอยู่ดี เพราะอยู่ท่ามกลางป่าเขา  ซึ่งต่อให้คุณมาฤดูร้อนหรือฤดูฝนคุณก็อาจจะเจอกับสภาพอากาศหิมะตกได้เช่นเดียวกัน หรืออาจจะกล่าวให้ถูกก็คือ ที่นี่จะมีหิมะตกเกือบตลอดทั้งปีเลยทีเดียว  

        แน่นอนว่า นอกจากจะมาใส่ชุดกันหนาวถ่ายรูปกับหิมะสวยๆแล้วที่นี่ ยังมีจุดถ่ายรูปสวยๆอีกเยอะมาก  ไม่ว่าจะเป็นวิวจากยอดเขาฟานซีปัน  ซึ่งที่นี่คือจุดที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางมาท่องเที่ยวเพื่อทำการชมวิวสวยสวย กัน เรียกได้ว่าเป็นจุดที่สวยงามมากที่สุดในประเทศเวียดนามเลยก็ว่าได้  ที่นี่ได้รับฉายาว่าเป็นจุดชมวิวที่สุดยอดมากที่สุดในเวียดนาม นอกจากนี้ยังมีการเดินชมความสวยของบันไดนา ซึ่งใครที่มาเที่ยวที่นี่ต้องมายืนถ่ายรูปตามขั้นบันไดกันทุกคน 

        ที่บันไดนานั้น บันไดแต่ละขั้นจะมีสันสีสลับกันไป บ้างก็สีเขียว บ้างก็สีเหลือง เพราะการสร้างบันไดข้าวนั้น เป็นการปลูกต้นข้าวซึ่งแต่ละขั้นบันไดจะมีการปลูกต้นข้าวไม่พร้อมกัน ดังนั้นสีที่แตกต่างกันนั่นก็คือ สีของใบที่เป็นสีเขียวซึ่งตรงบริเวณนี้จะยังไม่มีรวงข้าว แต่เมื่อใดก็ตามที่เราเห็นบันไดข้าวเป็นสีเหลืองทอง นั่นแสดงว่าข้าวออกรวงใกล้ที่จะเกี่ยวเก็บได้แล้ว และที่นี่ก็มีการเกี่ยวข้าวกันจริงๆ เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จแล้วก็จะเริ่มต้นการปลูกใหม่ เป็นอย่างนี้วนไปเรื่อยๆ 

 

สนับสนุนโดย    gclub slot ทดลองเล่น

การท่องเที่ยวเยี่ยมชมธรรมชาติ

การท่องเที่ยวนั้นมีหลากหลายแบบเช่นการท่องเที่ยวทะเล ภูเขา น้ำตก การท่องเที่ยวแบบพักผ่อน ซึ่งจะทำให้เรานั้นได้รับความสุขหรือมีการพักผ่อนที่ดีเยี่ยมและการท่องเที่ยวแบบการชมธรรมชาตินี้จะให้เรานั้นได้มีการท่องเที่ยวที่มีการพักผ่อนเพราะจะเป็นการที่เรานั้นได้เดินทางเข้าป่าหรือเดินทางไปชมธรรมชาติต่างๆดังสถานที่ที่น่าไปต่อไปนี้

  1. ป่าสนวัดจันทร์ที่จังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ควรไปในฤดูหนาว และสถานที่นี้เป็นสถานที่ที่ตั้งอยู่กลางภูเขา และถูกปกคลุมไปด้วยหมอกและลมหนาวและนอกจากหมอกและแดดที่มีความสวยงามในยามเช้านั้น ยังมีต้นเมเปิ้ลที่มีการเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆและยังมีบรรยากาศในการท่องเที่ยวในฤดูฝนที่สวยงามอีกด้วย 

  1. ดอยม่อนเงาะที่จังหวัดเชียงใหม่

ดอยม่อนเงาะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่เป็นสถานที่ที่สามารถเห็นยอดดอยสลับกันไปสุดลูกหูลูกตา และสามารถทำการชมพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้าและมีทะเลหมอกที่มีความสวยงามเป็นอย่างมากด้วยน่าจะสามารถมองเห็นดอยต่างๆที่อยู่รอบทิศได้เช่นดอยอินทนนท์ ดอยหลวงเชียงดาว เป็นต้น

  1. ดอยผาตั้งจังหวัดเชียงราย

ซึ่งดอยผาตั้งนั้นก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ทะเลหมอกนั้นมีความสวยงามเป็นอย่างมากและยังมีจุดชมวิวที่หลากหลาย ที่สามารถทำการเห็นทะเลหมอกได้มากและนอกจากนี้ยังมีโอกาสที่สามารถพี่จะเห็นดอกซากุระไทยหรือดอกพญาเสือโคร่งนั้นบานตลอดทาง

  1. บ้านสะปันที่จังหวัดน่าน

เป็นสถานที่ที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติและยังเป็นหมู่บ้านเล็กๆที่แสนสงบด้วย ซึ่งมีสถานที่ชมวิวก็คือนาข้าวเขียวขจีและยังสามารถมาเที่ยวที่บ่อเกลือได้ด้วย และนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการพักผ่อน 

  1. น้ำตกห้วยขมิ้นที่จังหวัดกาญจนบุรี

เป็นสถานที่ที่มีความสวยงามและทีมีชื่อเสียงที่ดีอย่างมากของจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งมีต้นไม้ต่างๆนานาชนิด ซึ่งในน้ำตกแห่งนี้มี 7 ชั้นด้วยกันและมีความสวยงามแล้วความสูงที่ต่างกันอีกด้วย ซึ่งเหมาะกับการท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี 

  1. หมู่เกาะทะเลตราดที่จังหวัดตราด

เป็นทะเลที่มีความงดงามเป็นอย่างมากและรอบล้อมไปด้วยเกาะต่างๆ และสถานที่นี้เป็นสถานที่ที่มีความน่าท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากและนอกจากนี้ยังมีน้ำทะเลที่สวยใส หาดทรายที่มีความขาวเป็นอย่างมาก และอ้อมล้อมไปด้วยภูเขา

  1. ภูลมโลจังหวัดเลย

เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นสถานที่ที่สามารถชมดอกนางพญาเสือโคร่งได้เป็นอย่างดี และเป็นสถานที่ที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมากและนอกจากนี้ยังเป็นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น

 

สนับสนุนโดย  ดาวน์โหลด Gclub

แนะนำสถานที่ถ่ายรูปสวยๆในเดือนธันวาคม

       สำหรับเดือนธันวาคมนั้นเป็นเดือนที่มีวันหยุดค่อนข้างเยอะและมีเทศกาลต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็นเทศกาลวันคริสต์มาสหรือแม้แต่เทศกาลวันขึ้นปีใหม่ซึ่งเทศกาลเหล่านี้ในพื้นที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นอาคารสำนักงานหรือห้างสรรพสินค้ามักจะมีการนำไฟที่มีรูปร่างแบบต่างๆมาประดับประดาให้เกิดความสวยงามและยังมีการตกแต่งต้นคริสต์มาสเพื่อเอาไว้เฉลิมฉลองในช่วงของเทศกาลวันคริสต์มาสอีกด้วย

       อย่างไรก็ตามในวันนี้จะมาแนะนำสถานที่ที่เราสามารถเดินทางไปถ่ายรูปสวยๆในเขตกรุงเทพฯซึ่งสถานที่เหล่านี้จะมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเดือนธันวาคมนั้นจะมีการปรับโคมแสงสีสันอย่างยิ่งใหญ่อลังการแข่งขันกันมากเลยทีเดียวมาดูกันว่าหากเราต้องการมุมสวยๆในการถ่ายรูปนั้นเราสามารถเดินทางไปถ่ายรูปที่ไหนได้บ้าง

       สถานที่ใดที่แนะนำให้เดินทางไปถ่ายรูปนั่นก็คือที่ไอคอนสยามซึ่งแน่นอนว่าปกติและบริเวณไอคอนสยามนั้นจะมีการตกแต่งไว้อย่างสวยงามอยู่แล้วก็สถานที่ที่มีการสร้างไอคอนสยามนั้นจะอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยาดังนั้นในช่วงเวลายามเย็นและยามค่ำคืนตรงบริเวณนี้จะมีการประดับประดาไปหลักสีสันที่สำคัญจะมีน้ำพุขึ้นซึ่งเป็นน้ำพุที่จะร่ายรำไปตามเสียงเพลงและยิ่งถ้าเกิดว่าเป็นในช่วงเดือนธันวาคมแล้วเราก็คุณจะเห็นความยิ่งใหญ่อลังการตระการตาของแสงสีเสียงที่นี่เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

         อย่างไรก็ตามนอกจากหากที่ไอคอนสยามแล้วที่บริเวณหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์รวมถึงที่บริเวณหน้าห้างศูนย์การค้า Terminal 21 ทั้ง 2 ที่นี้ก็มีการนำไก่มาตกแต่งด้วยเครื่องประดับตกแต่งต้นคริสต์มาสรวมถึงไปมากมายหลายพันดวงทำให้ต้นคริสต์มาสนี้มีความสวยงามเหมือนกับนำดวงดาวมาประดับประดาไว้บนต้นคริสต์มาสเลยก็ไม่ปานอีกทั้งบริเวณโดยรอบ

ซึ่งอยู่ตรงบริเวณหน้าห้างของห้างทั้งสองนี้ก็จะมีการนำตุ๊กตาและกล่องของขวัญมากมายรวมถึงต้นไม้ประดับประดาแสงไฟทั้งต้นและต้นใหญ่เพื่อให้เกิดมุมสำหรับให้นักท่องเที่ยวเอาไว้ถ่ายรูปสวยๆมากมายเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่บริเวณศูนย์การค้า The emquartier ก็มีการจัดทำเป็นซุ้มแผนที่ซึ่งหากมองด้านบนขึ้นไปก็จะเห็นลูกอม

และหลายสีสันแขวนเต็มไปหมดกลายเป็นซุ้มลูกอมที่ใครเห็นก็ต้องอมยิ้มกับความน่ารักและความสวยงามโดยรวมลูกอมนี้มีการทำเป็นซุ้มทางเข้าก่อนที่จะเดินเข้าห้างทั้งนี้ยังมีการติดไฟและเปิดให้เกิดความกระพริบนับว่ามีความสวยงามและแปลกตาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

         แน่นอนว่าที่นี่ก็มีต้นคริสต์มาสเหมือนกันแต่ต้นคริสต์มาสที่ห้างดิเอ็มควอเทียร์นี้จะเป็นต้นคริสต์มาส Candy ซึ่งเป็นต้นคริสต์มาสที่มีความสูงมากแต่ต้นคริสต์มาสต้นนี้จะประดับประดาไปด้วย Candy สีสันหลากหลายไม่มีสีเขียวป่นไม่มีใบของต้นคริสต์มาสจึงเป็นต้นคริสต์มาสเป็นที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้

 

 

สนับสนุนโดย  ufabet บาคาร่า

มอนทาน่าฟาร์ม วังน้ำเขียว

       เชื่อว่าสำหรับนักท่องเที่ยวแล้วคงรู้จักวังน้ำเขียวกันเป็นอย่างดีเพราะที่นี่จะอยู่ในเขตพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมาโดยจะอยู่ใกล้กับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และแน่นอนว่าที่วังน้ำเขียวแห่งนี้จะมีสถานที่ให้คุณได้แวะเที่ยวมากมายเกินกว่า 20 แห่งเลยทีเดียวซึ่งในวันนี้สถานที่ท่องเที่ยวที่อยากแนะนำให้ลองไปสัมผัสดูและอยู่ในพื้นที่ของเห็ดวังน้ำเขียวนั่นก็คือ มอนทาน่าฟาร์ม   

          สำหรับฟาร์มแห่งนี้ถูกออกแบบมาให้เป็นฟาร์มสไตล์อังกฤษเป็นแบบชนบทเล็กๆที่มีฟาร์มขนาดเล็กอยู่ในชนบทแห่งนั้นการตกแต่งฟาร์มแห่งนี้จะมีการตกแต่งเน้นความสะดวกสบายและเน้นความสะอาด  ที่สำคัญพื้นที่โดยรอบตามนั้นจะล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่เหมือนอยู่ท่ามกลางป่า   ทำให้เรารู้สึกว่านี่คือความที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติภายในฟาร์มนั้นจะมีการปลูกเป็นสวนดอกไม้ประดับประดามากมายหลายสีสันและหลายสายพันธุ์

                 และมีการนำฟางข้าวมาทำเป็นซุ้มต่างๆปิดบริเวณโคนต้นไม้และยังมีจุดแล้วมุมต่างๆที่ทางบริษัทเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวสำหรับเอาไว้นั่งถ่ายรูปกันอีกทั้งภายในฟาร์มนั้นยังมีสัตว์เลี้ยงให้นักท่องเที่ยวนั้นได้มีโอกาสได้มาสัมผัสสัตว์ในฟาร์มซึ่ง ความที่นี่จะมีทั้งฟาร์มแกะและฟาร์มปลาก้า  แน่นอนว่าหากใครอยากจะเข้าใกล้สัตว์ทั้งสองชนิดนี้จะมีเจ้าหน้าที่พาเข้าไปสัมผัสอย่างใกล้ชิดได้เลยทีเดียว

          เนื่องจากการมาเที่ยวฟาร์มสไตล์อังกฤษแล้วที่นี่ยังบริการร้านอาหารและเครื่องดื่มซึ่งหากใครที่เดินทางมาที่นี่อยากจะแวะมานั่งพักผ่อนหย่อนใจมองธรรมชาติของดอกไม้และสัตว์เพื่อนๆสามารถแวะมาที่นี่ได้ตลอดทุกวันโดยฟาร์มแห่งนี้จะเปิดรับนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยี่ยมชมภายในบริเวณ ฟาร์มโดยเริ่มเข้ามาได้ตั้งแต่ช่วง 9:00 น   และจะปิดให้บริการตอน 18:00 น 

        นอกจากนี้ถ้าหากว่าคุณเบื่อที่จะเที่ยวฟาร์มแล้วตรงตำบลไทยสามัคคีนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวให้คุณได้เที่ยวได้อีกหลายจุดเลยทีเดียวอย่างเช่นถ้าหากคุณจะ แวะซื้อของฝากก่อนกลับบ้านคุณสามารถที่จะแวะซื้อองุ่นซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดนครราชสีมาก็ได้โดยที่บริเวณตำบลไทยสามัคคีนั้นที่หมู่บ้านบ้านไผ่งามจะมีฟาร์มองุ่นอยู่ที่นั่นซึ่งเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปเยี่ยมชมภายในฟาร์มและซื้อของที่ระลึกรวมถึงไวน์หรือผลิตภัณฑ์จากองุ่นที่ทางไร่นั้นได้มีการนำมาจำหน่ายให้กับลูกค้าได้อีกด้วย 

        เรียกได้ว่าการมาเที่ยวที่อำเภอวังน้ำเขียวคุณสามารถที่จะแวะเที่ยวตามจุดต่างๆภายในเขตอำเภอวังน้ำเขียวได้หลายจุดเลยทีเดียวไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมฟาร์มและถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆแต่ยังสามารถซื้อองุ่นกลับไปเป็นของฝากให้คนที่บ้านได้อีกด้วยนะคะ

 

สนับสนุนโดย  gclub สูตรบาคาร่า

คาเฟ่บางปรอก

คาเฟ่แถวตำบล บางปรอก จังหวัดปทุมธานี

       คาเฟ่บางปรอก ที่จังหวัดปทุมธานี สถานทีท่องเที่ยวอาจจะไม่ค่อยมีจุดเที่ยวที่โดดเด่นมากนัก เพราะส่วนใหญ่ที่ปทุมธานีจะเน้นการเดินทางไปเที่ยววัดซะมากกว่า เพราะที่นี่มีวัดใหญ่ๆและเป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดัง มีตำนานเก่าแก่อยู่มากมายหลายวัด แต่ที่มีเยอะที่อยากแนะนำให้ลองไปสัมผัสกับความสุขในวันหยุด หรือวันพักผ่อนก็คือที่จังหวัดปทุมธานีนั้น ก็มีสถานที่ที่เราสามารถพักผ่อนแบบสบายสบายในวันหยุดได้เช่นกัน 

         โดยในวันนี้สถานที่ที่อยากแนะนำให้รู้จักนั่นก็คื ร้านอาหารและคาเฟ่ ที่นอกจากจะมีอาหารและขนมรวมถึงเครื่องดื่มที่อร่อย หน้าตาน่ากินแล้ว ยังเป็นร้านที่มีการตกแต่อย่างมีสไตส์ และเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง โดยวันนี้จะแนะนำร้านที่อยู่แถวตำบลบางปรอก ซึ่งได้แก่ร้านดังต่อไปนี้

          The Aileen Café  ร้านนี้เป็นร้านอาหารที่มีรสชาติอร่อยมาก ส่วนเรื่องของการตกแต่งร้านนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะร้านมีการแต่งในสไตส์บ้านบ้าน มีทุ่งนาล้อมรอบ อีกทั้งทางร้านยังได้มีการจัดทางเดินสำหรับลูกค้าให้เดินทางมาที่ร้านได้อย่างสะดวก และระหว่างเดินทางมายังร้านก็ยังสามารถถ่ายรูปกับวิวสวยสวยของทุ่งนาได้ด้วย

ซึ่งทางร้านมีการสร้างสะพานเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับลูกค้าได้เดินผ่านทุ่งนาได้อย่างสะดวกสบาย และตลอดทางเดินก็จะเห็นวิวของต้นตาลที่ขึ้นสูงเป็นระยะ  ซึ่งเมื่อมาถึงที่ร้านแล้ว จะมีการเตรียมเตียงผ้าใบเอาไว้มารองรับลูกค้าแถวหน้าร้านให้นั่งชมความงามของธรรมชาติ ยิ่งตอนใกล้ค่ำที่พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน ยิ่งสวยงามมาเป็นพิเศษ และที่ร้านยังมีการเตรียมจุดถ่ายรูปเอาไว้รองรับความต้องการของลูกค้ามากมายเลยทีเดียว 

            Pareto Café   สำหรับที่คาเฟ่แห่งนี้ จะเน้นการทานอาหารแบบมีความเป็นส่วนตัว บรรยากาศของร้านมีการตกแต่งเอาไว้อย่างอบอุ่น เหมือนกำลังกินอาหารอยู่ที่บ้านของตัวเอง  ด้านนอกของร้านจะมีการปลูกต้นไม้ใหญ่ค่อนข้างเยอะ เพื่อให้ร้านนั้นร่มรื่น เวลาลมพัดมาจะให้ความรู้สึกเย็นสบาย  มีกลิ่นหอมอ่อนมาจากต้นไม้และดอกไม้ที่ปลูก

นับได้ว่ามาทานอาหารที่ร้านแห่งนี้แล้วให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายมากเลยทีเดียว อีกทั้งที่นี่ลูกค้าจะเลือกทานอาหารด้านนอกร้านหรือด้านในร้านก็ได้ อากาศเย็นสบายทั้งด้านนอกและด้านใน ยิ่งหากใครมากินอาหารในช่วงเย็นๆทางร้านจะมีการตกแต่งไฟรอบรอบบริเวณร้านอย่างสวยงามให้ความรู้สึกโรแมนติกมากๆเลยทีเดียว

           สำหรับที่ตำบลบางปรอกนั้น ยังมีร้านอาหารและคาเฟ่อีกมากมายหลายร้านเลยทีเดียวที่ยังรอให้คนรักการกิน และชอบบรรยากาศระหว่างทานอาหารดีดีให้ไปทดลองสัมผัส และรอให้ไปใช้บริการนะคะ

 

สนับสนุนโดย  www.ufabet.com ลิ้งเข้าเว็บไซต์คะ

เที่ยวจังหวัดน่าน

พาไปเที่ยวจังหวัดน่านแวะไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองที่วัดภูมินทร์

          เที่ยวจังหวัดน่าน ในช่วงของการท่องเที่ยวตอนนี้เป็นช่วงที่เริ่มเข้าสู่การหมดฤดูฝนแล้วและกำลังจะเริ่มต้นฤดูใหม่นั่นก็คือฤดูหนาวซึ่งแน่นอนว่าสำหรับประเทศไทยแล้วนั้นฤดูหนาวของประเทศไทยนั้นไม่ได้เหมามากเลยอย่างใดแต่อย่างไรก็ตามแต่หากใครต้องการอากาศที่หนาวเย็นสบายส่วนใหญ่แล้วมักจะเดินทางไปเที่ยวในจังหวัดทางภาคเหนือเพราะจังหวัดหลายจังหวัดในภาคเหนือนั้นจะมีภูมิอากาศที่เย็นสบายกว่าจังหวัดในภาคอื่นๆนั่นเองซึ่งการท่องเที่ยวในครั้งนี้จึงอยากจะแนะนำให้ลองเที่ยวที่จังหวัดน่านดูกัน 

          สำหรับที่จังหวัดน่านนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายรูปแบบ มีแหล่งท่องเที่ยวไหว้พระ 9 วัด ที่ไม่น้อยหน้าการเที่ยวไหว้พระ 9 วัดที่อยุธยาแน่นอน ซึ่งมีทั้งการท่องเที่ยวที่เน้นการไปทำบุญไหว้พระและยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นพิพิธภัณฑ์หรือแม้แต่การขึ้นไปบนดอยเพื่อชมความงดงามของท้องฟ้าและภูเขาสัมผัสกับธรรมชาติการไปเที่ยวบ่อเกลือหรือแม้แต่การไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ  สถานที่ท่องเที่ยวที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สามารถเที่ยวที่จังหวัดน่านได้ทั้งหมด

      แต่อย่างไรก็ตามในการเดินทางไปเที่ยวในครั้งนี้ก่อนอื่นเมื่อเราเดินทางไปถึงจังหวัดน่านแล้วอยากจะให้แวะไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดน่านโดยอยากจะให้แวะไปไหว้พระที่วัดภูมินทร์เนื่องจากวัดดังกล่าวนั้นเป็นวัดที่สร้างขึ้นมานานหลายร้อยปี

           โดยวัดแห่งนี้นับได้ว่าเป็นวัดที่อยู่คู่กับจังหวัดน่านเนิ่นนานเพราะมีอายุเก่าแก่ถึง 400 ปีมาแล้วและที่สำคัญวัดภูมินทร์แห่งนี้นับได้ว่าเป็นวัดที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดน่านเลยก็ว่าได้สำหรับสิ่งที่สวยแปลกตาและโดดเด่นไม่เหมือนกับวัดอื่นๆนั่นก็คือที่นี่จะมีพระอุโบสถ

            โดยพระอุโบสถที่พูดถึงนี้มีลักษณะเป็นทรงจตุรมุขว่ากันว่าอุโบสถที่มีลักษณะเป็นแบบจตุรมุขนี้ในประเทศไทยนั้นมีแค่ที่วัดภูมินทร์ที่เดียวเพียงเท่านั้นซึ่งแน่นอนว่านี่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงโด่งดังและนักท่องเที่ยวหลายคนที่เดินทางมาเที่ยวต่างก็ต้องแวะมาชมความงดงามของพระอุโบสถกัน

                 และแน่นอนว่าบริเวณโดยรอบพระอุโบสถนั้นก็จะมีการปั้นรูปปั้นเอาไว้ตกแต่งให้อุโบสถนั้นมีความงดงามมากยิ่งขึ้นโดยรูปปั้นที่เราจะเห็นกันนั้นจะเป็นรูปปั้นทรงพญานาคซึ่งมีพญานาคทั้งหมด 2 ต้นด้วยกันกำลังคอยปกปักรักษาพระอุโบสถแห่งนี้และแน่นอนว่าที่นี่ยังมีของโบราณต่างๆมากมายที่นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะโบราณสามารถหามาดูได้กันที่นี่โดยเฉพาะธนบัตรใบละ 1 บาทซึ่งในสมัยโบราณนั้นประเทศไทยยังเคยใช้ 1 บาทเป็นรูปแบบของธนบัตรซึ่งในสมัยนั้นตรงกับสมัยของสงครามโลกครั้งที่ 2

                   และถ้าหากสังเกตเห็นได้ว่าในธนบัตรใบละ 1 บาทนั้นจะมีการพิมพ์ภาพรูปวัดภูมินทร์เอาไว้ในธนบัตรอีกด้วยและที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเกี่ยวกับเรื่องของศิลปะได้อีกอย่างหนึ่งก็คือบริเวณผนังจะมีการวาดรูปซึ่งเราเรียกว่ากิจกรรมฝาผนังซึ่งรูปดังกล่าวนั้นเป็นรูปภาพกระซิบรักบันลือโลกซึ่งภาพดังกล่าวนั้นจะเป็นภาพของชายชราและหญิงชราคู่หนึ่งซึ่งเป็นคู่รักกันโดยใช้ชรานั้นชื่อว่าปู่มั่นหญิงชรานั้นคือว่ายายม่านเอง

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

ประเทศญี่ปุ่น

ดอกไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่น หรือดินแดนอาทิตย์อุทัย ที่ชาวไทยรู้จักกันดี เพราะประเทศญี่ปุ่นนี้ถือเป็นประเทศที่เป็นอันดับต้นๆของนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเราที่กาไว้ว่านี่คือจุดหมายที่ทุกคนอยากไป บางคนนั้นไปญี่ปุ่นแทบจะหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยรู้สึกเบื่อหรืออิ่มกับความรู้สึกในการไปเที่ยวที่ประเทศแห่งนี้เลย อาจจะเพราะด้วยวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น

รวมกับอุปนิสัยของคนญี่ปุ่นที่น่ารักและมีไมตรี จึงเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ที่ทำให้คนไทยหลายๆคนหลงใหลและอยากไปเที่ยว ยังไม่นับถึงอาหารการกินที่มีแต่ของอร่อย แล้วถึงของฝากที่มีแพคเกจจิ้งน่ารักๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้จริงๆ วันนี้จึงอยากจะมาแนะการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

อีกหนึ่งมุมมองที่เปลี่ยนไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติกับดอกไม้เปลี่ยนสีในภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ที่คลุมพื้นที่อยู่ทั้งหกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด อาโอโมริ จังหวัดมิยางิ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดอิวาเตะ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีชื่อเสียงในเรื่องของการชมดอกไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งมีตรงจุดไหนอะไรกันบ้าง มาติดตามกันได้เลย

ทะเลสาบโทวะดะ จังหวัดอาโอโมริ เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในประเทศญี่ปุ่น และเป็นทะเลสาบที่มีความลึกเป็นอันดับสามของประเทศญี่ปุ่นด้วย โดยที่นี่มีจุดเด่นคือความสวยงามของลำธารธรรมชาติ และเมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี่ที่มีความงดงามของสีสันใบไม้แล้วสะท้องลงไปตามลำธารนั้นทำให้ภาพบรรยากาศของที่นี่ดูงดงามอย่างที่สุด

หุบเขามัตสึคาวะ จังหวัดอิวาเตะ จุดเด่นของที่นี่คือสะพานมัตทสึคาวะ ที่สามารถที่จะทำให้คุณมองเห็นวิวอันงดงามของดอกไม้เปลี่ยนสีได้แบบสามร้อยหกสิบองศา ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการรับชมดอกไม้เปลี่ยนสีของที่นี่นั้น แนะนำให้คุณมาที่นี่ตอนช่วงเดือนตุลาคมได้เลย รับรองว่าประทับใจแน่นอน

หุบเขาดาคิกาเอริ จังหวัดอาคิตะ อีกหนึ่งที่ ที่คุณต้องไม่พลาดหากที่จะต้องการดูความสวยงามของดอกไม้เปลี่ยนสี เพราะที่นี่นั้นมีเส้นทางชมวิวที่สวยงามให้คุณได้เพลิดเพลินอย่างมามากมายไม่ว่าจะเป็นทางเดินริมแม่น้ำ หรือสะพานข้ามหุบเขาที่รับรองว่าเมื่อคุณเห็นภาพบรรยากาศที่นี่แล้วนั้น คุณจะไม่มีวันลืม

ช่องเขานารุโกะ จังหวัดมิยางิ จุดเด่นของนี่ที่คือการนั่งรถไฟชมวิว ที่มีใบไม้สีแดง สีเหลืองและสีเขียวตัดสลับกันไปมา ซึ่งหากใครก็ตามที่ได้มีโอกาสมานั่งรถไฟชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่นั่น ราวกับว่าได้หลุดเข้ามาในเทพนิยายเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

วัดมหาธาตุ

พาเที่ยวกรุงเก่ามาไหว้วัดมหาธาตุที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

           วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับกรุงเทพฯเราสามารถขับรถมาเที่ยวที่นี่ได้โดยไม่จำเป็นต้องค้างคืนแต่ถ้าใครอยากจะเที่ยวที่พระนครศรีอยุธยาหลายคืนก็สามารถที่จะทำการจองโรงแรมได้ซึ่งที่นี่ก็จะมีโรงแรมให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักได้ตลอด 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียวล่ะค่ะแต่ถ้าหากใครอยากจะไปแบบเช้าเย็นกลับแล้วเราก็สามารถขับรถมาเที่ยวที่นี่ได้แหล่งท่องเที่ยวของพระนครศรีอยุธยาที่ขึ้นชื่อเลย

ก็คือการขับรถมาทำบุญไหว้พระเยี่ยมชมซากโบราณมาที่นี่เป็นกรุงเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งเราจะสามารถเห็นซากปรักหักพังเป็นซากความเจริญรุ่งเรืองที่เคยมีมาในอดีตซึ่งวันนี้เราจะพากันไปเที่ยวและไปชื่นชมความงามของวัดมหาธาตุซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยต่างก็นิยมไปไหว้และไปชมความงดงามและความเจริญรุ่งเรืองในอดีต

สำหรับที่วัดมหาธาตุแห่งนี้นะคะเป็นวันที่มีความเก่าแก่มายาวนานแต่ว่าตอนนี้เนื้อเพลงสร้างให้เราได้ดูเพราะว่าถูกทำลายลงเมื่อสมัยช่วงที่มีสงครามเกิดที่กรุงศรีซึ่งเป็นสงครามครั้งที่ 2 สำหรับที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมธาตุและยังเป็นที่คำนามของสมเด็จพระสังฆราชอีกด้วยวัดมหาธาตุนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งของจังหวัดกรุงศรีอยุธยาถึงแม้ว่าจะมีร่องรอยของการถูกทำลายไปเยอะ

แต่ก็ยังคงความงดงามและความน่าอัศจรรย์ใจว่าทำไมคนในสมัยโบราณที่ไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยอะไรเลยกลับได้สร้างสิ่งที่สวยงามเอาไว้ให้ลูกหลานที่สามารถดูกันได้เพราะหากเราได้ไปเห็นจะเห็นได้ว่าการก่อสร้างวัดมหาธาตุนั้นเป็นการใช้อิฐแดงก่อสร้างต่อๆกันไปให้มีความสูงตามรูปทรงต่างๆก่อนที่เราจะเข้าไปภายในบริเวณวัดมหาธาตุนั้นที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อของที่ระลึกเอากลับไปเป็นของฝากให้กับเพื่อนๆได้และถ้าหากใครจะเข้าไปชมความงามด้านในแล้วก็จะต้องมีการซื้อตั๋วก่อนเข้าชมด้วยนะคะ

ไม่เข้าไปบริเวณในพื้นที่เขตของวัดมหาธาตุก็จะมีการติดป้ายแนะนำข้อมูลต่างๆซึ่งเราสามารถอ่านประวัติความเป็นมาของแต่ละที่ได้ตามป้ายนี้ได้เลยค่ะซึ่งจะมีทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศคอยให้บริการนักท่องเที่ยวที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศอีกด้วยซึ่งจะมีการอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของวัดมหาธาตุแห่งนี้และที่เป็นไฮไลท์ของวัดอีกจุดหนึ่งก็คือเราจะสามารถไปชมต้นโพธิ์ที่มีความใหญ่มากแต่ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือตรงบริเวณใต้ต้นโพธิ์นั้นเราจะเห็นหน้าพระพุทธรูปแทรกอยู่ระหว่างกลางต้นโพธิ์

ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะนิยมมาถ่ายรูปที่บริเวณนี้กันเป็นจำนวนมากและถึงแม้จะถูกศัตรูที่มารุกรานจุดไฟเผาไหม้ไปเยอะแต่ก็ยังคงร่องรอยของอารยธรรมที่งดงามจะมีสร้างพระพุทธรูปหลายองค์ประดิษฐานอยู่ที่วัดมหาธาตุแห่งนี้ประวัติความเป็นมานั้นจะมีทั้งพระปรางค์ซึ่งมีขนาดองค์ที่ใหญ่มากแต่ปัจจุบันก็ได้พังทลายไปแล้วและที่นี่ยังมีเจดีย์ 8 เหลี่ยม

ซึ่งมีการสร้างได้ลดหลั่นกันทั้งหมด 4 ชั้นรวมถึงยังมีวิหารที่ฐานชุกชีและยังมีพระปางขนาดกลางซึ่งแต่ละอย่างที่กล่าวมานี้ก็เป็นศิลปะตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งเราควรอนุรักษ์เอาไว้ ต่อกันหากใครที่ชื่นชอบศิลปะโบราณต่างๆแนะนำเลยว่ามาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะเพราะวัดมหาธาตุแห่งนี้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยนะคะ

 

สนับสนุนโดย  สมัครเอเย่นต์ ufabet

กาญจนบุรี

กาญจนบุรีกับ 4 สถานที่ ที่ต้องไปลอง

กาญจนบุรี ช่วงฤดูฝนอากาศจะเย็นสบาย ไม่ร้อนมากนัก ทำให้เราได้นึกถึงสายน้ำ ป่า ภูเขา หากจะหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่ไกลมากได้บรรยากาศที่ดีตลอดทั้งการเดินทาง และรถไม่ติด หนีความวุ่นวายช่วยให้จิตใจกลับมากระชุ่ม กระชวยได้ ก็ต้องขอแนะนำจังหวัด กาญจนบุรี 

ที่จังหวัดกาญจนบุรีมีสถานที่มากมายและที่พักหลากหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมส่วนใหญ่ คือ บ้านพักติดริมน้ำ หรือบ้านพักที่อยู่บนแพ มองออกนอกหน้าต่างเห็นแม่น้ำ ป่า บรรยากาศเย็นสดชื่น อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้ทำสำหรับสายลุยด้วย  แต่กาญจนบุรีไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ ไหนๆ ก็เดินทางมาที่นี่แล้ว เรามี 4  สถานที่ ที่น่าลองไปดูมาฝากกัน

1.ซาฟารีปาร์ค

สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค ตั้งอยู่ที่ อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี หากเรานึกถึงการไปสวนสัตว์ ที่เคยรู้จัก ก็คงนึกถึงการเดินดูสัตว์ไปเรื่อยๆ ดูสัตว์ที่อยู่ในกรง แต่ที่นี่ไม่ใช่ ที่ซาฟารีปาร์คเราจะได้นั่งรถมินิบัสเข้าไปในที่อยู่อาศัยของสัตว์ ได้ให้อาหาร และถ่ายภาพร่วมกับน้องๆ เรียกได้ว่าใกล้ชิดแบบสุดๆ โซนสัตว์ที่นี่จะแบ่งเป็น กวาง ม้าลาย เสือ สิงโต และไฮไลท์ คือ ยีราฟ หากอยากใกล้ชิดมากขึ้น เราสามารถซื้อโปรแกรมชมสัตว์แบบส่วนตัวได้ด้วย 

ค่าบริการเริ่มต้นอยู่ที่ 200 บาท (ผู้ใหญ่) และ 100 บาท (เด็ก)  เวลาทำการเปิด 09.00 น. – 17.00 น.

2.สะพานข้ามแม่น้ำแคว 

ทางรถไฟที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ เป็นเส้นทางรถไฟในประวัติศาสตร์ เกิดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นจากหยาดเหงื่อแรงงานของเชลยศึกในยุคนั้น ว่ากันว่าต้องมีผู้คนจำนวนมากที่จบชีวิตลงในขณะสร้างเส้นทางรถไฟและสะพานนี้ หนึ่งไม้หมอน เทียบเท่ากับหนึ่งชีวิต 

สะพานนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยและเปิดให้ใช้งานในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2488 และไม่นานก็ถูกโจมตีทางอากาศและพังลง เมื่อสิ้นสุดสงคราม รัฐบาลไทยได้ซื้อทางรถไปนี้มาเป็นของประเทศในราคา 50  ล้านบาท และซ่อมแซมจนสามารถใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน 

มาที่นี่นอกจากจะมาเก็บบรรยากาศถ่ายรูปเล่นกับทางรถไฟแล้ว ยังมีบริการนั่งเรือท่องเที่ยววัด และถ้ำที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย เรียกได้ว่า กิน เที่ยว ถ่ายรูป ครบเลยทีเดียว

3.วัดถ้ำเสือ 

กราบนมัสการพระธาตุ และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุด ในจังหวัดกาญจนบุรี ไหนๆ เราก็มาเที่ยวแล้ว เข้าวัดสักหน่อยทริปนี้จะได้สมบูรณ์แบบ วัดถ้ำเสือมีความกว้างขวางใหญ่โตมาก และบรรยากาศที่นี่ก็ค่อนข้างเย็นสบายมีลมพัดผ่าน ที่โดดเด่นของที่นี่ คือ ทางขึ้นที่สูงชัน ทำให้มีบริการรถรางรับ-ส่งขึ้นลง สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเดินขึ้น  เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ๆ ห้ามพลาดอีกหนึ่งที่

4.มีนา คาเฟ่

ตบท้ายด้วยคาเฟ่กันดีกว่า สมัยนี้ใครๆ ก็ไปคาเฟ่กัน ที่จริงแล้วคาเฟ่มีอยู่หลากหลายที่ แต่ที่เลือกมีนา คาเฟ่ เนื่องจากอยู่ใกล้วัดถ้ำเสือ หากมาวัดทำบุญไหว้พระเรียบร้อยก็สามารถเวะมาถ่ายรูปกับท้องทุ่งนา สั่งเครื่องดื่มหวานเย็นแก้กระหาย ที่นี่ได้เลย เป็นการปิดทริปที่สวยงาม หรือจะแวะที่นี่ก่อนแล้วค่อยไปต่อวัดถ้ำเสือก็สามารถทำได้

จริงๆ แล้วกาญจนบุรีมีที่ท่องเที่ยวมากมาย เรียกได้ว่ามาที่นี่ก็น่าจะครบ เป็นทริปที่เพอร์เฟคได้ เที่ยวอย่างมีความสุข สนุกเพลิดเพลิน และอย่าลืมระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย

 

 

สนับสนุนโดย  www.ufa168.co ลิงค์เข้าใช้งานค่ะ