Category ท่องเที่ยว

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ( Oceanographic Museum ) ประเทศโมนาโก

     สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศที่อยากจะให้รู้จักกันในวันนี้นั้นเป็นประเทศโมนาโกซึ่งเป็นประเทศอันดับ 1 ของโลกที่ติดความร่ำรวยของประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศดังกล่าวสำหรับประเทศโมนาโกนั้นค่าครองชีพค่อนข้างสูงมากกว่าประเทศอื่นๆเนื่องจากว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ในประเทศโมนาโกนั้นมีฐานะร่ำรวยเข้าขั้นเป็นอภิมหาเศรษฐีกันเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศโมนาโกที่อยากจะพาไปให้รู้จักกันในวันนี้นั่นก็คือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำหรือที่ชาวเมือง โมนาโกเรียกกันว่า Oceanographic Museum นั่นเอง 

     แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำภายในพื้นที่มันต้องมีสระน้ำเยอะแยะมากมายเป็นไปหมดแต่อย่างไรก็ตามที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เมืองโมนาโกแห่งนี้นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์สมุทรสาครเลยทีเดียวเพราะสัตว์น้ำที่นี่น้ำเป็นสัตว์น้ำที่เลอค่ามากๆโดยสัตว์น้ำที่นี่นั้นมีมูลค่าค่อนข้างสูงและเป็นสัตว์น้ำที่หายากติดอันดับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำอันดับ 1 ของโลกเลยก็ว่าได้

         สำหรับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาและเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปเยี่ยมชมในช่วงปีค.ศ 1910   สำหรับพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้นั้นบอกได้เลยว่าหรูหราอลังการมากๆเพราะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างนานถึง 11 ปีเลยทีเดียวโดยผู้ที่สั่งให้สร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ขึ้นมานั่นก็คือเจ้าชายอัลแบรต์ที่ 1 แห่งโมนาโกนั่นเอง 

          ภายในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้มีสัตว์ที่อยู่ในทะเลมากมายหลายสายพันธุ์เลยทีเดียวนอกจากนี้เฉพาะแค่สายพันธุ์ปลาอย่างเดียวเท่านั้นก็มีมากกว่า 4000 สายพันธุ์แล้วและที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นยังมีการนำแบคทีเรียที่เราสามารถที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าโดยที่ไม่ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องนำมาแสดงอีกมากกว่า 200 กลุ่มซึ่งที่นี่นับได้ว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ยิ่งใหญ่และมีการแสดงให้เห็นถึงระบบนิเวศของสัตว์น้ำและระบบนิเวศภายในทะเลของทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งเป็นทะเลในเขตร้อนอีกด้วย

         พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้นั้นไม่ได้มีการนำแสดงแค่สัตว์น้ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ยังมีการนำสิ่งของต่างๆที่อยู่ภายใต้ทะเลนำมาแสดงไม่ว่าจะเป็นซากปรักหักพังของเรือหรือแม้แต่เครื่องมืออาวุธหรือข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่จมอยู่ภายใต้ทะเลก็ถูกนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้อีกด้วยรวมถึงถ้าหากใครอยากเห็นโครงกระดูกของสัตว์ทะเลก็สามารถมาชมได้ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เช่นเดียวกัน

        อย่างไรก็ตามสำหรับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นมีการนำสิ่งของซึ่งเป็นของใช้ส่วนตัวของเจ้าชายอัลแบรต์ มานำแสดงไว้ให้กับประชาชนได้ดูผ่านทาง Oceanographic Museum อีกด้วยเช่นเดียวกัน ที่นี่จะมีความทันสมัย เพราะมีการปรับปรุงอยุ่ตลอดเวลา เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการมาเที่ยวและมาศึกษาระบบนิเวศน์ใต้ทะเลอย่างมากเลยทีเดียว

 

สนับสนุนโดย    Ufabet เข้าสู่ระบบ

Fort Canning Park สวนป้อมปราการแคนนิง  ประเทศสิงคโปร์

             ที่ใจกลางเมืองของประเทศสิงคโปร์  มีเนินเขาขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ตั้งของสวนสาธารณะขนาดใหญ่สวนสาธารณะแห่งนั้นมีชื่อเรียกว่าFort Canning Park  

ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นอย่างมากเพราะนอกจากที่คุณจะได้เดินชมความงดงามของพรรณไม้นานาชนิดแล้วยังมีสถานที่อื่นๆเพิ่มเติมบริเวณภายในสวนสาธารณะแห่งนี้ที่คุณสามารถที่จะเข้าไปท่องเที่ยวได้มากมายเต็มไปหมดเลย  ที่นี่คือสวนสาธารณะขนาดใหญ่

         ดังนั้นสิ่งที่คุณจะต้องเจอเลยก็คือต้นไม้ที่ให้อากาศที่บริสุทธิ์และที่นี่ยังแบ่งออกเป็นส่วนๆเพื่อให้นักท่องเที่ยวในเพลินกับซนสถานที่ท่องเที่ยวอีกด้วยมีทั้งโซนที่เป็นธรรมชาติอันร่มรื่นได้คืนในส่วนของตัวสวนสาธารณะนั่นเองและยังมีโซนที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องของประวัติศาสตร์ของประเทศสิงคโปร์หรือถ้าหากใครที่ชื่นชอบเสียงดนตรีก็จะมีลานสำหรับเอาไว้แสดงดนตรีให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินกันนอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของสิงคโปร์และใกล้ๆกับสวนสาธารณะแห่งนี้ก็ยังมีสถานที่ช้อปปิ้งเรียกว่าถนนออร์ชาร์ดอยู่ใกล้ๆกันอีกด้วย reiwa มาที่Fort Canning Park  อย่างเดียวนั้นคุณสามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมที่หลากหลายมากเลยทีเดียวและต้องบอกเลยว่าถ้ามาที่นี่แล้วแล้วก็วันเดียวคุณไม่สามารถเที่ยวอย่างทั่วถึงได้อย่างแน่นอน

              สำหรับข้อมูลของFort Canning Park  แห่งนี้นั้นแต่เดิมที่นี่เป็นภูเขาที่ชื่อเรียกว่าภูเขาแคนนิง  ในสมัยอดีตนั้นพื้นที่บริเวณนี้เป็นพื้นที่สำหรับให้องค์สุลต่านซึ่งเป็นคนปกครองเกาะสิงคโปร์นั้นได้อาศัยอยู่แต่ต่อมาเกิดมีการเปลี่ยนแปลงการเกิดขึ้นอยู่หลายครั้งจนครั้งล่าสุดนั้นที่ดินผืนนี้จึงถูกทางด้านรัฐบาลของประเทศสิงคโปร์ยึดเอาไว้หลังจากนั้นก็ได้มีการสั่งให้ทำเป็นป้อมปราการขึ้นโดยการก่อสร้างป้อมปราการนั้นก่อสร้างในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่สำคัญตรงบริเวณตรงป้อมปราการแห่งนี้ยังมีหอสั่งการอีกด้วย

          ซึ่งเอาไว้ใช้สั่งการเกี่ยวกับเรื่องของการทำสงครามนั้นเองและแน่นอนว่าในปัจจุบันนั้นทหารนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวที่บริเวณป้อมปราการและป้อมหอสั่งการก็จะเห็นว่าที่นี่นั้น   มีการดัดแปลงมากลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วดังนั้นเวลาที่เข้าไปชมรายละเอียดภายในพิพิธภัณฑ์ก็ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องของการทำสงครามในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจะมีซากปรักหักพังและสิ่งปลูกสร้างในสมัยอดีตที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ให้ประชาชนชาวสิงคโปร์ได้เข้าไปศึกษาหาข้อมูลหรือนักท่องเที่ยวได้เข้าไปเพลินกับข้อมูลต่างๆเหล่านี้อีกด้วย 

       สำหรับใครที่จะเข้าไปเยี่ยมชมสวนสาธารณะ  Fort Canning Park   ไม่ถูกอีกถ้าใช้บริการแต่ถ้าหากจะไปโซนที่เป็นโซนพิพิธภัณฑ์จะถูกคิดค่าบริการในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์โดยเด็กจะคิดค่าบริการคนละ 9  เหรียญในขณะที่ผู้ใหญ่จะถูกคิดค่าบริการคนละ 18 เหรียญ       

 

สนับสนุนโดย    จีคลับ คาสิโน

Henderson waves Bridge ประเทศสิงคโปร์ 

             Henderson waves Bridge   หรือที่คนไทยรู้จักกันดีในนามของสะพานเดินชมวิวดอยฟ้า henderson Wave  ซึ่งที่นี่ต้องบอกเลยว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั้งคนสิงคโปร์เองหรือแม้แต่ชาวต่างชาติที่เดินทางไปที่สิงคโปร์จะต้องแวะไปเที่ยวที่นี่กันส่วนหนึ่งนั่นก็เพราะว่าไปถ่ายรูปสวยๆไปเช็คอินสถานที่แปลกๆของประเทศสิงคโปร์

และนอกจากนี้สภาพแห่งนี้นั้นยังเป็นสะพานที่คุณสามารถเดินขึ้นไปเพื่อไปเจอกับภูเขาไฟเฟเบอร์และตลอดสองข้างทางระหว่างที่คุณจะเดินขึ้นไปบนภูเขาไฟเซเบอร์นั้นคุณก็ยังสามารถชมความงดงามของธรรมชาติของต้นไม้ระยะเวลาในการเดินทางขึ้นไปบนภูเขานั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 10 กิโลเมตรด้วยกัน

            และตลอดระยะเวลาที่เดินบนสะพานHenderson waves Bridge แห่งนี้นั้นคุณจะสามารถเดินชมวิวตามพื้นผิวกระจกตามปกติและบางจุดนั้นก็ยังทำเป็นเกลียวคลื่นเฮนเดอร์สันซึ่งแน่นอนว่ามันคือจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวนั้นไปเดินสะพานแห่งนี้อย่างไรก็ตามทีนี้เป็นสถานที่ที่คนชอบมาเดินกันมากที่สุดในสิงคโปร์เลยก็ว่าได้เพราะคุณนั้นจะได้เดินบนสะพานซึ่งมีความสุขมากๆ    อาจกล่าวได้ว่าในประเทศสิงคโปร์แล้วสะพานแห่งนี้เป็นสะพานที่สูงที่สุดเลยก็ว่าได้นี่คือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาผสมผสานกับธรรมชาติทำให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่มีความทันสมัยเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 

            ในการที่นักท่องเที่ยวเดินบนHenderson waves Bridge  แห่งนี้นั้นคุณจะสามารถเดินไปชมความสวยงามของสวนเนินเขา Telok Blangha  หรือจะไปดูสวนดอกไม้ Hort   นอกจากนี้ยังสามารถเห็นสวน kent ridge รวมถึงสวนอนุรักษ์ธรรมชาติลาบาดอซึ่งส่วนต่างๆที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คุณสามารถที่จะเห็นความสวยงามของสวนเหล่านี้ระหว่างทางที่คุณเดินอยู่บนHenderson waves Bridge  ได้นั่นเอง นอกจากนี้ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินไปถึงป่า  faber walkแล้วแล้วก็ที่นั่นจะมีร้านค้ามากมายหลายร้านให้นักท่องเที่ยวนั้นได้นั่งรับประทานอาหารและดื่มเครื่องดื่มสบายๆพร้อมทั้งมองวิวธรรมชาติที่สวยงาม

        ซึ่งถ้าคุณนั่งอยู่ในร้านอาหารของป่า faber walk แล้วแล้วก็คุณจะเห็นว่าทางเกาะสิงคโปร์ตอนใต้นั้นมีวิวที่งดงามมากแค่ไหนและที่สำคัญที่นี่คุณยังสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าและถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนอยากจะไปสวนสนุกเซนโตซ่าแล้วเราก็สามารถที่จะมานั่งกระเช้าลอยฟ้าจากตรงบริเวณนี้แล้วข้ามเกาะไปเที่ยวสวนสนุกได้อีกด้วย 

  สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว  Henderson waves Bridge นั้นต้องบอกเลยว่ามีดีกว่าที่คุณคิดเพราะมันไม่ใช่แค่การที่เราเดินไปบนสะพานกลับไปกลับมาเพียงเท่านั้นแต่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายจุดที่คุณสามารถแวะเที่ยวได้จากการที่คุณเดินบนสะพานแห่งนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    ทางเข้า gclub มือถือ

ประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่มีทั้งสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่สวยงาม

           ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศอันดับต้นๆที่นักท่องเที่ยวชาวไทยมักเดินทางไปท่องเที่ยวเรียกได้ว่าหาคนเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นแล้วไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองญี่ปุ่นแล้วก็บอกได้เลยว่าคุณแทบจะเจอคนไทยเยอะแยะมากมายเต็มไปหมดซึ่งบางทีระหว่างที่คุณเดินไปคุณอาจจะได้ยินสำเนียงของคนไทยพูดคุยกันเลยทีเดียว  

         ถ้าคุณเคยไปประเทศญี่ปุ่นจะเห็นได้ว่ารถไฟฟ้าใต้ดินของประเทศญี่ปุ่นบางสถานีนั้นมีการทำเมนูภาษาไทยให้นักท่องเที่ยวคนไทยได้มีการกดซื้อตั๋วรถไฟได้เลยโดยที่ไม่ต้องยุ่งยากอ่านเมนูภาษาญี่ปุ่นเลยทีเดียวจะเห็นได้ว่านี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าคนไทยไปเที่ยวญี่ปุ่นมากแค่ไหนอย่างไรก็ตามเรารู้กันดีว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยศิลปวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆมากมายที่มีความงดงามวิจิตรบรรจงและที่สำคัญเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนไทยชื่นชอบเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

         ญี่ปุ่นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนกับประเทศไหนในโลกมีจุดเด่นมากมายหลายอย่างสถานที่ท่องเที่ยวของประเทศญี่ปุ่นก็แตกต่างจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆดอกไม้ของประเทศญี่ปุ่นก็สวยงามอย่างเช่น ดอกซากุระ  หลายคนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อการท่องเที่ยวหรือบางครั้งเพื่อหางานทำซึ่งแน่นอนว่าการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นจะต้องมีเงินค่อนข้างเยอะเนื่องจากที่นี่ค่าครองชีพค่อนข้างสูงแต่อย่างไรก็ตามถ้าหากพูดถึงว่าอยากจะไปเที่ยวที่ประเทศไหนมากที่สุดญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวชาวไทยนั้นเอง

         นอกจากนี้ประเทศญี่ปุ่นนั้นยังเต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายและมีสถานที่ท่องเที่ยวฮิตฮิตมากมายเต็มไปหมด  สินค้าของญี่ปุ่นก็เป็นสินค้าขึ้นชื่อมีแบรนด์ดังระดับโลกมากมายดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าการจะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนั้นคุณภาพชีวิตของคนจะเลี้ยงดีมากอย่างแน่นอนอย่างน้อยที่สุดนั้นการจราจรในประเทศญี่ปุ่นนั้นก็ไม่ได้การเดินทางสะดวกสบายแล้วถ้าใครเคยเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเชื่อว่าไม่มีใครเคยไปเที่ยวแค่ครั้งเดียวอย่างแน่นอน

         อย่างไรก็ตามถ้าหากใครอยากที่จะไปอาศัยเป็นพลเมืองของคนญี่ปุ่นเลยก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันซึ่งสิ่งแรกนั้นก็คือคุณสามารถไปในรูปแบบของนักศึกษาด้วยทำเรื่องขอวีซ่าไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่นซึ่งคุณจะต้องอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นนานถึง 7 ปีดังนั้นคุณอาจจะเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น 2 ปีและหลังจากนั้นก็ทำงาน 5 ปีเพียงเท่านี้คุณก็กลายเป็นพลเมืองของญี่ปุ่นอย่างสมบูรณ์หรือคุณอาจจะแต่งงานกับคนญี่ปุ่นก็ได้ ซึ่งถ้าหากใครสนใจอยากจะไปอยู่ประเทศญี่ปุ่นแล้วก็สามารถลองศึกษาข้อมูลได้รับรองว่าสามารถย้ายไปเป็นพลเมืองญี่ปุ่นได้ง่ายๆไม่ยุ่งยากเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนโดย  สมัคร Sagame ฟรี

วัดพราหมณี พระอารามหลวง จังหวัดนครนายก 

         วันนี้เราจะพาไปปักหมุดเที่ยวที่จังหวัดนครนายกกันค่ะโดยวัดที่จะพาไปรู้จักในครั้งนี้เป็นวัดที่ชาวบ้านนิยมพากันไปขอโชคลาภเสริมดวงชะตาราศีไหว้พระขอพร

โดยวัดที่เราจะพาไปรู้จักกันในวันนี้นับว่าเป็นวัดเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายกเลยทีเดียวซึ่งที่นี่มีหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมากนั่นก็คือหลวงพ่อปากแดงโดยวัดที่เรากำลังจะพาไปเยี่ยมชมและไปขอพรกันในครั้งนี้ก็คือวัดหลวงพ่อปากแดงนครนายกหรือชื่อเรียกตามป้ายประตูวัดก็คือวัดพราหมณีค่ะ

          สำหรับวัดพราหมณีหรือวัดของหลวงพ่อปากแดงนี้ว่ากันว่าตอนนี้มีอายุเกินกว่าร้อยปีมาแล้วนะคะนับตั้งแต่มีการสร้างวัดนี้ขึ้นมาซึ่งวัดนี้ว่ากันว่ามีการสร้างตั้งแต่ในสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5    เป็นวัดที่ประชาชนทั้งในเขตจังหวัดนครนายกและจังหวัดใกล้เคียงให้ความเคารพนับถือมากเพราะจะมีลูกศิษย์ลูกหาที่นับถือหลวงพ่อปากแดงมาขอโชคลาภกันอยู่เป็นประจำ 

          ภายในอุโบสถซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีความเก่าแก่นั้นจะเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อปากแดงซึ่งจะเป็นองค์ปางสมาธิลักษณะของหลวงพ่อปากแดงที่ประดิษฐานอยู่ในโบสถ์แห่งนี้ถูกสร้างด้วยโลหะสำริดโดยมีความสูงขององค์หลวงพ่อสูงถึง 1 เมตรในขณะที่หน้าตักนั้นกว้างอยู่ที่ 49 นิ้วลักษณะของศิลปะการก่อสร้างนั้นถูกสร้างมาในสมัยศิลปะสมัยล้านช้างซึ่งถ้าหากดูในเรื่องของเครื่องแต่งกายที่ใช้แต่งกายให้กับหลวงพ่อปากแดงจะเห็นได้ว่าจีวรที่สวมให้กับหลวงพ่อปากแดงนั้นจะมีลายดอกพิกุลด้วย

           ที่สำคัญบริเวณโบสถ์หรือริมฝีปากของหลวงพ่อปากแดงนั้นจะมีการแย้มยิ้มดูแล้วใจดี จุดเด่นของหลวงพ่อปากแดงมากที่สุดนั่นก็คือริมฝีปากที่มีสีแดงทำให้มองดูแล้วสะดุดตาจนเป็นที่กล่าวขานมาของพระพุทธรูปองค์นี้ว่าหลวงพ่อปากแดงนั่นเอง   นักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบความสำเร็จในชีวิตหน้าที่การงานและต้องการให้ร่ำรวยทำอะไรก็เจริญก้าวหน้ามักจะเดินทางมากราบไหว้หลวงพ่อปากแดงและที่สำคัญส่วนใหญ่แล้วประสบความสำเร็จตามที่ขอทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อปากแดงนั้นเรื่องลือไปอย่างกว้างไกลเรียกได้ว่าทุกคนทั้งประเทศไทยนั้นไม่มีใครไม่รู้จักหลวงพ่อปากแดงไปเลย 

           นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเข้าไปที่ศาลอนุสาวรีย์ของอดีตกองพลญี่ปุ่นที่ 37ซึ่งสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2   และยังมีวิหารเจ้าแม่กวนอิมรวมถึงศาลหลวงพ่อโพธิ์   เรียกได้ว่ามาที่วัดพราหมณีวัดเดียวนั้นได้กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เยอะแยะมากมายเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนโดย    คาสิโน ปอยเปต

Houses of Parliament หรืออาคารรัฐสภาอังกฤษ 

             สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศอังกฤษที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีความสวยงามเป็นอย่างมากนั่นก็คืออาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษนั่นเองโดยสถานที่แห่งนี้นั้นที่ถูกออกแบบได้อย่างสวยงามนั่นก็เพราะว่าในสมัยก่อนที่จะถูกเปลี่ยนมาเป็นอาคารรัฐสภานั้นเคยเป็นพระราชวังมาก่อนนั่นเองซึ่งพระราชวังแห่งนี้นั้นมีชื่อเรียกว่า   Wesminter  โดยเชื้อพระวงศ์ของอังกฤษที่เคยอาศัยอยู่ในพระราชวังแห่งนี้เคยอาศัยอยู่ตั้งแต่ช่วงประมาณศตวรรษที่ 11 

       แต่เนื่องจากว่าพระราชวังแห่งนี้เกิดเหตุการณ์ต่างๆมากมายเต็มไปหมด เช่นเหตุการณ์ไฟไหม้พระราชวัง ทำให้เชื้อพระวงศ์อังกฤษได้มีการย้ายสถานที่อยู่อาศัยไปอยู่ที่อื่นแล้วจึงถูกเปลี่ยนพระราชวังแห่งนี้กลายมาเป็นรัฐสภานั่นเองโดยที่นี่จะเป็นสถานที่ที่ผู้บริหารของประเทศระดับสูงได้ใช้เป็นสถานที่ในการทำงานไม่ว่าจะเป็นนายกเทศมนตรีหรือแม้แต่ สว. ของอังกฤษก็มาทำงานที่แห่งนี้เช่นเดียวกัน 

        สำหรับอาคารรัฐสภาแห่งนี้นั้นมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามเป็นอย่างมากถ้าหากคุณมองจากด้านนอกเข้าไปที่อาคารรัฐสภาแล้วก็คุณจะเห็นฉากของแม่น้ำทำซึ่งอยู่ด้านหน้าของอาคารรัฐสภาแห่งนี้นานๆที่นี่จึงเป็นวิวที่งดงามเป็นอย่างมากเลยทีเดียวนอกจากนี้ตรงใกล้กับบริเวณอาคารรัฐสภาคุณยังจะได้เจอกับหอนาฬิกาบิ๊กเบนที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่หลายคนนั้นอยากจะมีโอกาสได้มาเจอของจริงกันเลยทีเดียว 

         อย่างไรก็ตามว่ากันว่าในสมัยอดีตนั้นอาคารรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้าไปเยี่ยมชมภายใน แต่จะเปิดให้เฉพาะคนประเทศอังกฤษเข้าไปชื่นชมความงดงามภายในอาคารรัฐสภาแห่งนี้เท่านั้นแต่หลังจากนั้นก็ได้มีการออกกฎระเบียบต่างๆเข้ามาเพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้มีโอกาสได้เห็นความงดงามด้านภายในอาคารรัฐสภาแห่งนี้นั่นเอง

       หลังจากนั้นจึงได้มีการเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมโดยมีการเรียกเก็บค่าเข้าชมแต่อย่างไรก็ตามสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมความงดงามภายในอาคารรัฐสภาแห่งอังกฤษนี้สามารถถ่ายรูปด้านในได้โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยควบคุมและให้คำชี้แนะซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถถ่ายภาพวิวได้เฉพาะเพียงด้านนอกของอาคารรัฐสภาเพียงเท่านั้น

       ซึ่งภายในนั้นคุณจะเห็นเกี่ยวกับเรื่องของห้องต่างๆซึ่งมีการจัดเตรียมเอาไว้ไม่ว่าจะเป็นห้องประชุมหรือห้องที่แสดงศิลปะกายกรรมต่างๆซึ่งห้องแต่ละห้องนั้นจะมีความงดงามเป็นอย่างมากและห้องแต่ละห้องนั้นก็มีอายุเก่าแก่หลายร้อยปีเลยทีเดียว 

        สำหรับ ใครที่อยากจะเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามของHouses of Parliament จะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนเดินทางไปเยี่ยมชมเนื่องจากว่าจะไม่ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมชมได้ทุกวันซึ่งหากวันไหนจะมีการเปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมภายในจะมีการประกาศแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

 

สนับสนุนโดย.    เว็บพนัน ufabet

สถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติที่น่าไปท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายก

สถานที่ท่องเที่ยวของจังหวัดนครนายกนั้นจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแบบธรรมชาติที่จะมีความสวยงามมาก ซึ่งส่วนใหญ่ที่เราได้มีการไปท่องเที่ยวที่จังหวัดนครนายกนั้น เราก็จะมีการไปท่องเที่ยวที่เป็นแบบธรรมชาติกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็น น้ำตก ป่าไม้ เขื่อน เป็นต้น ที่จะทำให้เราได้มีความพบกับความอุดมสมบูรณ์ และสีที่เขียวสวยงามของเหล่าต้นไม้ดอกไม้ ซึ่งในการที่เราจะมีการไปท่องเที่ยวที่นครนายกยังจะใช้เวลาในการเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไม่นาน และยังจะทำให้เราสามารถทำการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่เลยด้วย ซึ่งจังหวัดนครนายกจะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปมากมาย และยังจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้เราได้มีการพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ด้วย โดยที่จะมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าไปดังนี้

  1. อุโมงค์ไม้ไผ่

จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการที่เราจะมีการไปท่องเที่ยว เดินเล่น ถ่ายรูปมากๆ ซึ่งจะเป็นอุโมงค์ที่มีไม้ไผ่อยู่ที่สองข้าง หรือจะเป็นประตูที่ได้มีการสร้างจากไม้ไผ่ที่ได้มีความยาวให้เราสามารถเดินเข้าไปได้ 800เมตรเลย เหมาะกับการที่เราจะทำการเข้าไปถ่ายรูปมากๆ นอกจากนี้ยังให้ความรู้สึกเหมือนกับการที่เราได้ไปท่องเที่ยวในสวนไผ่ของประเทศญี่ปุ่นเลยด้วย

  1. เขื่อนขุนด่านปราการชล

จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้เป็นไฮไลท์ของการที่เราได้มีการมาท่องเที่ยวที่นครนายกเลย ซึ่งจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เมื่อเราได้มีการมาท่องเที่ยวที่จังหวัดนครนายกแล้วเราไม่ควรที่จะพลาดเลย และในการที่เราได้มีการมาท่องเที่ยวเรายังจะสามารถทำการชมวิวของเขาใหญ่ได้จากสันของเขื่อนด้วย และในการที่เราได้มีการมาท่องเที่ยวเรายังจะสามารถทำการนั่งเรือชมวิวของภูเขาได้ด้วย นอกจากนี้เรายังจะสามารถทำการเข้าไปทำการชมน้ำตกที่มีความน่าสนใจและสวยงามได้อีกด้วย

  1. น้ำตกสาริกา

จะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่ได้มีอยู่9ชั้น ซึ่งในแต่ล่ะชั้นของน้ำตกที่นี้นั้นก็จะมีหินธรรมชาติที่ได้มีการรองรับน้ำของน้ำตกไว้อยู่ และได้ทำให้เกิดเป็นแอ่งน้ำที่มีขนาดเล็กและไม่ได้ลึกมากทำให้เราสามารถที่จะมีการลงเล่นน้ำได้ นอกจากนี้รอบๆของน้ำตกก็ได้มีร้านอาหารและร้านที่ทำการขายของต่างๆอยู่มากมาย จึงทำให้น้ำตกสาริกานี้จะเป็นน้ำตกที่ได้มีความน่าไปท่องเที่ยวมากๆ

  1. อ่างเก็บห่วยปรือ

จะเป็นอ่างเก็บน้ำที่มีวิวที่มีความสวยงาม และบรรยากาศดี เหมาะกับผู้คนที่ได้มีความชื่นชอบกีฬามากๆเลย เพราะว่าในการที่เราได้มีการท่องเที่ยวในตอนเย็น เราจะสามารถทำการเล่นกิจกรรมต่างๆได้มากมายเลย และยังเป็นสถานที่เหมาะกับการมาปั่นจักรยานชมวิวมากๆอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.  ufabet

พาไปกราบไหว้องค์พระใหญ่ The big buddha ประเทศฮ่องกง 

          สำหรับใครที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศฮ่องกงคุณไม่ควรที่จะภาพไปเคารพสักการะองค์พระใหญ่ซึ่งองค์พระนี้จะอยู่บนยอดสูงสุดของยอดเขาที่มีชื่อว่า  Muk Yue โดยยอดเขาแห่งนี้นั้นมีความสูงถึง 34 เมตรเลยทีเดียวซึ่งด้านบนสุดของยอดเขานั้นจะมีองค์พระที่มีขนาดใหญ่มากเรียกได้ว่าองค์พระนี้มีความสูงและดูสง่างามเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งชาวเมืองฮ่องกงนั้นให้ความเคารพนับถือมากเพราะเป็นองค์พระที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากนักท่องเที่ยวหรือแม้แต่คนฮ่องกงเองมักจะเดินทางมาขอพรกับองค์พระใหญ่นี้กันเป็นประจำ

       เพราะค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์และสมหวังกับพรที่ขอโดยตรงบริเวณทางเข้าของการจะเข้าไปกราบไหว้องค์พระใหญ่แห่งนี้นั้นนักท่องเที่ยวจะต้องมีการเดินผ่านซุ้มประตูโดยซุ้มประตูแห่งนี้จะมีชื่อเรียกว่า The Big Thatched Hut ซึ่งซุ้มประตูแห่งนี้นั้นจะเป็นซุ้มประตูขนาดใดถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้ศิลปะของจีนเป็นหลัก

          โดยซุ้มประตูแห่งนี้จะมีทางเข้าอยู่ 3 ช่องด้วยกันถูกทาด้วยสีขาวทั้งหมดและมีตัวอักษรภาษาจีนเป็นสีทองเรียกได้ว่าแค่ซุ้มประตูนั้นก็สวยงามแล้วซึ่งตรงบริเวณนี้คืออีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปเพื่อทำการเช็คอินกันและภายในด้านในซุ้มประตูแห่งนี้นั้นก็จะเป็นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์รวมถึงวิวภูเขาวิวดอกไม้ที่สวยงามเต็มไปหมดก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทำการไหว้องค์พระใหญ่นั่นเอง

        หากนักท่องเที่ยวมองไปที่องค์พระใหญ่จะเห็นว่าเป็นองค์พระที่มีขนาดใหญ่ซึ่งด้านล่างขององค์พระนั้นจะมีเจดีย์ตั้งอยู่โดยเจดีย์นั้นมีทั้งหมดด้วยกัน 3 ชั้นซึ่งในแต่ละชั้นนั้นก็จะมีการเก็บสิ่งสำคัญทางด้านพระพุทธศาสนาเอาไว้อย่างเช่นเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปไหว้องค์พระใหญ่นี้คุณจะสามารถเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามภายในเจดีย์ดังกล่าวได้ด้วย

          โดยถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะไปด้านบนสุดจะต้องขึ้นบันไดที่มีความสูงถึง 268 ขั้นเพื่อไปไหว้องค์พระใหญ่แห่งนี้แล้วเมื่อคุณไปด้านบนสดคุณจะเห็นความสวยงามของทะเลจีนใต้รวมถึงเกาะลันตาอีกด้วยนอกจากนี้ระหว่างที่เดินขึ้นไปกราบไหว้องค์พระใหญ่นั้นสองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นไม้ซึ่งให้ความร่มรื่นและให้อากาศที่บริสุทธิ์อีกด้วย

          นอกจากที่จะไหว้พระองค์พระใหญ่แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมความสวยงามและความแปลกได้ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ว่านั้นก็คือเสาไม้ Wisdom Path ซึ่งเสาไม้แห่งนี้นั้นจะอยู่ใกล้ๆกับองค์พระใหญ่นั่นเองเป็นเสาไม้ซึ่งมีขนาดใหญ่มากโดยแต่ละเสานั้นจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 8 เมตรถึง 10 เมตรเลยทีเดียวและเสาแต่ละต้นนั้นจะมีความกว้างอยู่ที่ประมาณ 1 เมตรซึ่งเสาแต่ละต้นจะมีการเขียนตัวอักษรภาษาจีนเอาไว้ด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  sexybaccarat

ท่องเที่ยวผาฮี้ และ จุดชมวิว ดอยช้างมูบ

ซึ่งจากทิวทัศน์ด้านบนที่ทำให้เราได้รู้ว่าเสียงอึกทึกที่ได้อยู่ด้านล่างที่เราได้ยินมาตลอดการเดินทางขึ้นดูเหมือนว่าจะเป้นการรวมตัวเพื่อเป็นการประกอบพิธีกรรมบางอย่างและหลังจากที่เราได้ลงไปสอบถามมันก้ได้ทำให้เราได้รับรู้อีกว่าจะมีการล้มหมูหนึ่งชีวิต

เพื่อเป็นการประกอบพิธีกรรมในวันนี้โดยหมูเขาจะไม่ได้มีการล้มกันบ่อยจะล้มเฉพาะในวันที่จะมีงานอะไรแบบนี้ถ้าไม่มีง่นเขาก็จะไม่ล้มและด้วยรากของหมู๋บ้านที่มีความเป็นวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่ามันได้ทำให้เราได้รับรู้เลยว่าเราอยู่หลังจากอาหารมากเกินไปขนาดไหน

โดยมันเป็นความย้อนแย้งที่เราได้เรียนรู้จากชีวิตของหมูดำหนึ่งตัวเราได้กลับขึ้นรถของชายอีกครั้งเพื่อเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองเชียงรายซึ่งในระหว่างทางเราก็ได้พบกับจุดชมวิว ดอยช้างมูบ เป็นจุดชมวิวที่ได้แบ่งเขตแดนไทยกับพม่าที่ได้มองออกไปก็พบเทือกเขาของพม่าไกลสุดขอบฟ้าถือเป้นอีกหนึ่งเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแนวตะเข็บชายแดน

ดังนั้นห่างออกไปเพียงแค่400เมตรก็จะเป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยตุงระหว่างทางกลับโดยหลักจากที่ได้แวะไหว้พระธาตุดอยตุงเราก็ได้ถึงเวลาที่จะต้องแยกกับชายสักทีเมื่อพอได้ถึงทางแยกที่เรามีเส้นทางที่แตกต่างกันเป็นสักครั้งที่เราจะได้ถวายสังฆทานที่พระธาตุดอยตุงอย่างน้อยถ้ากุศลได้มีจริงหมูดำก็คงจะได้รับผลบุญนี้ไปอยู่บ้างและท้ายที่สุดในการร่วมทางกับเพื่อนระหว่างทางก็ได้ถึงเวลาที่เราจะต้องบอกลากัน

ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งของทางแยกที่มันพร้อมให้เราได้เริ่มใหม่อย่างไม่รู้จบและเป็นอีกหนึ่งของเส้นทางที่เราพอจะรู้กำหนดให้กับตัวของเราเองให้ได้เป็นหนึ่งเดียวกับการเปลี่ยนแปลงในเส้นทางเพื่อให้ได้เรียนรู้และได้เข้าใจอีกด้วยว่าเมื่อมาถึงยังจุดเปลี่ยนคนเราก็จะต้องมีจุดเริ่ม

นอกจากนี้ในทุกๆเรื่องราวที่จะผ่านเข้ามานั้นเราก็ไม่อาจะที่จะสามารถเข้าไปกำหนดมันได้แต่เราก็สามารถที่จะต้องการเรียนรู้จากทุกอย่างได้เหมือนกันเราไม่ต้องไปคิดอะไรที่มันจะทำให้เรานั้นจะต้องหยุดอยู่กับที่ไหนสักแห่งแต่ถ้าเราพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อไปหาประสบการณ์ใหม่ๆเราก็อาจจะได้พบอะไรที่แตกต่างไปจากที่เรานั้นได้เคยเป้นอยู่ในทุกวันนี้และอาจจะได้เรียนรู้จากสิ่งรอบข้างที่เราได้เริ่มใหม่อยู่เสมอที่ไม่มีวันจบสิ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

Namaqualand 

         สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปรู้จักกันในวันนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ระหว่างรัฐนามิเบีย  และเป็นพื้นที่รอยต่อกับ สาธารณรัฐอเมริกาใต้  

          ซึ่งเราอาจกล่าวได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ระหว่างแนวรอยต่อของทั้งสองประเทศนั้นเองโดยความยาวของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นมีความยาวมากกว่า 600 ไมล์เลยทีเดียว ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความสวยงามของดอกไม้และต้นไม้นานาพันธุ์

              ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นรัฐนามิเบียหรือแม้แต่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ก็ตามจะเป็นสถานที่ที่แห้งแล้งไม่ค่อยมีความสวยงามมากนักแต่ตรงบริเวณที่เป็นรอยต่อทางนี้เท่านั้นที่จะมีต้นไม้ที่มีความสวยงามและดอกไม้ที่มีความสวยงามขึ้นปกคลุมเต็มไปหมดดังนั้นจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศนั้นให้ความสนใจและเดินทางมาเที่ยวกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

              โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวมักจะมาเที่ยวกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิเพราะแทบจะเรียกได้ว่าที่นี่ไปเป็นทุ่งดอกไม้ที่มีความงามเป็นอย่างมากเลยดอกไม้ที่ขึ้นนั้นมีมากมายหลายชนิดด้วยกันและแต่ละชนิดนั้นก็แทบจะแข่งกันบานสะพรั่งเรียกได้ว่าเมื่อมองออกไปแทบจะเห็นเป็นพรมดอกไม้เลยก็ว่าได้  

            สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นักท่องเที่ยวเรียกกันว่า Namaqualand  อย่างไรก็ตามสำหรับค่าเดินทางมาเที่ยวที่Namaqualand แห่งนี้นั้นจะสามารถเดินทางมาเที่ยวที่นี่ได้เฉพาะฤดูใบไม้ผลิอย่างเดียวเท่านั้นหากเป็นช่วงฤดูอื่นเช่นฤดูร้อนที่นี่จะไม่มีต้นไม้ขึ้นเลยเพราะด้วยความที่แห้งแล้งไม่มีน้ำฝนมาหล่อเลี้ยงต้นไม้อาจจะกล่าวได้ว่าที่นี่แทบจะกลายเป็นทะเลทรายเลยก็ว่าได้แต่พอถึงฤดูใบไม้ผลิ 

          ที่นี่จะมีฝนตกให้เพียงพอกับการที่ต้นไม้จะขึ้นได้และก็จะกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เพราะเพียงแค่เวลาไม่นานนั้นต้นไม้เหล่านั้นก็จะเจริญงอกงามออกดอกออกผลเต็มไปหมดเลยทีเดียวเรียกได้ว่านี่คือความพิเศษของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ซึ่งนักท่องเที่ยวนั้นสามารถเพลิดเพลินกับความสวยงามของดอกไม้และต้นไม้ที่นี่ได้  

     สำหรับที่ Namaqualand แห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งกับการมาถ่ายรูปสวยสวย เพราะดอกไม้ที่นี่จะบานอย่างพร้อมเพียงกัน ทำให้แลดูแล้วสวยมากมาก ซึ่งดอกไม้ที่นี่จะเป็นดอกไม้พื้นเมืองของที่นี่ที่จะหาชมจากที่อื่นได้ยากเช่นเดียวกัน 

     สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ Namaqualand แห่งนี้นั้น นักท่องเที่ยวจะต้องมีรถยนต์ส่วนตัวขับมาเที่ยวด้วยตัวเอง หรือหากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็สามารถติดบริษัททัวร์ เพื่อให้พามาเที่ยวที่นี่ได้ ซึ่งเมื่อเที่ยวที่ Namaqualand เสร็จแล้วคุณอาจจะแวะเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆของรัฐนามิเบีย หรือว่าที่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ได้เช่นเดียวกันค่ะ

 

สนับสนุนโดย.    คาสิโนออนไลน์888