Archives เมษายน 2021

พาไปกราบไหว้องค์พระใหญ่ The big buddha ประเทศฮ่องกง 

          สำหรับใครที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศฮ่องกงคุณไม่ควรที่จะภาพไปเคารพสักการะองค์พระใหญ่ซึ่งองค์พระนี้จะอยู่บนยอดสูงสุดของยอดเขาที่มีชื่อว่า  Muk Yue โดยยอดเขาแห่งนี้นั้นมีความสูงถึง 34 เมตรเลยทีเดียวซึ่งด้านบนสุดของยอดเขานั้นจะมีองค์พระที่มีขนาดใหญ่มากเรียกได้ว่าองค์พระนี้มีความสูงและดูสง่างามเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งชาวเมืองฮ่องกงนั้นให้ความเคารพนับถือมากเพราะเป็นองค์พระที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากนักท่องเที่ยวหรือแม้แต่คนฮ่องกงเองมักจะเดินทางมาขอพรกับองค์พระใหญ่นี้กันเป็นประจำ

       เพราะค่อนข้างศักดิ์สิทธิ์และสมหวังกับพรที่ขอโดยตรงบริเวณทางเข้าของการจะเข้าไปกราบไหว้องค์พระใหญ่แห่งนี้นั้นนักท่องเที่ยวจะต้องมีการเดินผ่านซุ้มประตูโดยซุ้มประตูแห่งนี้จะมีชื่อเรียกว่า The Big Thatched Hut ซึ่งซุ้มประตูแห่งนี้นั้นจะเป็นซุ้มประตูขนาดใดถูกสร้างขึ้นมาโดยใช้ศิลปะของจีนเป็นหลัก

          โดยซุ้มประตูแห่งนี้จะมีทางเข้าอยู่ 3 ช่องด้วยกันถูกทาด้วยสีขาวทั้งหมดและมีตัวอักษรภาษาจีนเป็นสีทองเรียกได้ว่าแค่ซุ้มประตูนั้นก็สวยงามแล้วซึ่งตรงบริเวณนี้คืออีกหนึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมถ่ายรูปเพื่อทำการเช็คอินกันและภายในด้านในซุ้มประตูแห่งนี้นั้นก็จะเป็นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์รวมถึงวิวภูเขาวิวดอกไม้ที่สวยงามเต็มไปหมดก่อนที่จะเดินขึ้นไปบนยอดเขาเพื่อทำการไหว้องค์พระใหญ่นั่นเอง

        หากนักท่องเที่ยวมองไปที่องค์พระใหญ่จะเห็นว่าเป็นองค์พระที่มีขนาดใหญ่ซึ่งด้านล่างขององค์พระนั้นจะมีเจดีย์ตั้งอยู่โดยเจดีย์นั้นมีทั้งหมดด้วยกัน 3 ชั้นซึ่งในแต่ละชั้นนั้นก็จะมีการเก็บสิ่งสำคัญทางด้านพระพุทธศาสนาเอาไว้อย่างเช่นเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุซึ่งนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปไหว้องค์พระใหญ่นี้คุณจะสามารถเข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามภายในเจดีย์ดังกล่าวได้ด้วย

          โดยถ้าหากนักท่องเที่ยวคนไหนที่อยากจะไปด้านบนสุดจะต้องขึ้นบันไดที่มีความสูงถึง 268 ขั้นเพื่อไปไหว้องค์พระใหญ่แห่งนี้แล้วเมื่อคุณไปด้านบนสดคุณจะเห็นความสวยงามของทะเลจีนใต้รวมถึงเกาะลันตาอีกด้วยนอกจากนี้ระหว่างที่เดินขึ้นไปกราบไหว้องค์พระใหญ่นั้นสองข้างทางจะเต็มไปด้วยต้นไม้ซึ่งให้ความร่มรื่นและให้อากาศที่บริสุทธิ์อีกด้วย

          นอกจากที่จะไหว้พระองค์พระใหญ่แล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมความสวยงามและความแปลกได้ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่ว่านั้นก็คือเสาไม้ Wisdom Path ซึ่งเสาไม้แห่งนี้นั้นจะอยู่ใกล้ๆกับองค์พระใหญ่นั่นเองเป็นเสาไม้ซึ่งมีขนาดใหญ่มากโดยแต่ละเสานั้นจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 8 เมตรถึง 10 เมตรเลยทีเดียวและเสาแต่ละต้นนั้นจะมีความกว้างอยู่ที่ประมาณ 1 เมตรซึ่งเสาแต่ละต้นจะมีการเขียนตัวอักษรภาษาจีนเอาไว้ด้วย 

 

สนับสนุนโดย.  sexybaccarat

ท่องเที่ยวผาฮี้ และ จุดชมวิว ดอยช้างมูบ

ซึ่งจากทิวทัศน์ด้านบนที่ทำให้เราได้รู้ว่าเสียงอึกทึกที่ได้อยู่ด้านล่างที่เราได้ยินมาตลอดการเดินทางขึ้นดูเหมือนว่าจะเป้นการรวมตัวเพื่อเป็นการประกอบพิธีกรรมบางอย่างและหลังจากที่เราได้ลงไปสอบถามมันก้ได้ทำให้เราได้รับรู้อีกว่าจะมีการล้มหมูหนึ่งชีวิต

เพื่อเป็นการประกอบพิธีกรรมในวันนี้โดยหมูเขาจะไม่ได้มีการล้มกันบ่อยจะล้มเฉพาะในวันที่จะมีงานอะไรแบบนี้ถ้าไม่มีง่นเขาก็จะไม่ล้มและด้วยรากของหมู๋บ้านที่มีความเป็นวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่ามันได้ทำให้เราได้รับรู้เลยว่าเราอยู่หลังจากอาหารมากเกินไปขนาดไหน

โดยมันเป็นความย้อนแย้งที่เราได้เรียนรู้จากชีวิตของหมูดำหนึ่งตัวเราได้กลับขึ้นรถของชายอีกครั้งเพื่อเดินทางเข้าไปยังตัวเมืองเชียงรายซึ่งในระหว่างทางเราก็ได้พบกับจุดชมวิว ดอยช้างมูบ เป็นจุดชมวิวที่ได้แบ่งเขตแดนไทยกับพม่าที่ได้มองออกไปก็พบเทือกเขาของพม่าไกลสุดขอบฟ้าถือเป้นอีกหนึ่งเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแนวตะเข็บชายแดน

ดังนั้นห่างออกไปเพียงแค่400เมตรก็จะเป็นที่ตั้งของพระธาตุดอยตุงระหว่างทางกลับโดยหลักจากที่ได้แวะไหว้พระธาตุดอยตุงเราก็ได้ถึงเวลาที่จะต้องแยกกับชายสักทีเมื่อพอได้ถึงทางแยกที่เรามีเส้นทางที่แตกต่างกันเป็นสักครั้งที่เราจะได้ถวายสังฆทานที่พระธาตุดอยตุงอย่างน้อยถ้ากุศลได้มีจริงหมูดำก็คงจะได้รับผลบุญนี้ไปอยู่บ้างและท้ายที่สุดในการร่วมทางกับเพื่อนระหว่างทางก็ได้ถึงเวลาที่เราจะต้องบอกลากัน

ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งของทางแยกที่มันพร้อมให้เราได้เริ่มใหม่อย่างไม่รู้จบและเป็นอีกหนึ่งของเส้นทางที่เราพอจะรู้กำหนดให้กับตัวของเราเองให้ได้เป็นหนึ่งเดียวกับการเปลี่ยนแปลงในเส้นทางเพื่อให้ได้เรียนรู้และได้เข้าใจอีกด้วยว่าเมื่อมาถึงยังจุดเปลี่ยนคนเราก็จะต้องมีจุดเริ่ม

นอกจากนี้ในทุกๆเรื่องราวที่จะผ่านเข้ามานั้นเราก็ไม่อาจะที่จะสามารถเข้าไปกำหนดมันได้แต่เราก็สามารถที่จะต้องการเรียนรู้จากทุกอย่างได้เหมือนกันเราไม่ต้องไปคิดอะไรที่มันจะทำให้เรานั้นจะต้องหยุดอยู่กับที่ไหนสักแห่งแต่ถ้าเราพร้อมที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อไปหาประสบการณ์ใหม่ๆเราก็อาจจะได้พบอะไรที่แตกต่างไปจากที่เรานั้นได้เคยเป้นอยู่ในทุกวันนี้และอาจจะได้เรียนรู้จากสิ่งรอบข้างที่เราได้เริ่มใหม่อยู่เสมอที่ไม่มีวันจบสิ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    ทางเข้า ufabet ภาษาไทย

Namaqualand 

         สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะพาไปรู้จักกันในวันนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ระหว่างรัฐนามิเบีย  และเป็นพื้นที่รอยต่อกับ สาธารณรัฐอเมริกาใต้  

          ซึ่งเราอาจกล่าวได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ระหว่างแนวรอยต่อของทั้งสองประเทศนั้นเองโดยความยาวของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นมีความยาวมากกว่า 600 ไมล์เลยทีเดียว ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้เห็นความสวยงามของดอกไม้และต้นไม้นานาพันธุ์

              ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นรัฐนามิเบียหรือแม้แต่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ก็ตามจะเป็นสถานที่ที่แห้งแล้งไม่ค่อยมีความสวยงามมากนักแต่ตรงบริเวณที่เป็นรอยต่อทางนี้เท่านั้นที่จะมีต้นไม้ที่มีความสวยงามและดอกไม้ที่มีความสวยงามขึ้นปกคลุมเต็มไปหมดดังนั้นจึงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั้งสองประเทศนั้นให้ความสนใจและเดินทางมาเที่ยวกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

              โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวมักจะมาเที่ยวกันในช่วงฤดูใบไม้ผลิเพราะแทบจะเรียกได้ว่าที่นี่ไปเป็นทุ่งดอกไม้ที่มีความงามเป็นอย่างมากเลยดอกไม้ที่ขึ้นนั้นมีมากมายหลายชนิดด้วยกันและแต่ละชนิดนั้นก็แทบจะแข่งกันบานสะพรั่งเรียกได้ว่าเมื่อมองออกไปแทบจะเห็นเป็นพรมดอกไม้เลยก็ว่าได้  

            สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นักท่องเที่ยวเรียกกันว่า Namaqualand  อย่างไรก็ตามสำหรับค่าเดินทางมาเที่ยวที่Namaqualand แห่งนี้นั้นจะสามารถเดินทางมาเที่ยวที่นี่ได้เฉพาะฤดูใบไม้ผลิอย่างเดียวเท่านั้นหากเป็นช่วงฤดูอื่นเช่นฤดูร้อนที่นี่จะไม่มีต้นไม้ขึ้นเลยเพราะด้วยความที่แห้งแล้งไม่มีน้ำฝนมาหล่อเลี้ยงต้นไม้อาจจะกล่าวได้ว่าที่นี่แทบจะกลายเป็นทะเลทรายเลยก็ว่าได้แต่พอถึงฤดูใบไม้ผลิ 

          ที่นี่จะมีฝนตกให้เพียงพอกับการที่ต้นไม้จะขึ้นได้และก็จะกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ เพราะเพียงแค่เวลาไม่นานนั้นต้นไม้เหล่านั้นก็จะเจริญงอกงามออกดอกออกผลเต็มไปหมดเลยทีเดียวเรียกได้ว่านี่คือความพิเศษของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ซึ่งนักท่องเที่ยวนั้นสามารถเพลิดเพลินกับความสวยงามของดอกไม้และต้นไม้ที่นี่ได้  

     สำหรับที่ Namaqualand แห่งนี้เหมาะอย่างยิ่งกับการมาถ่ายรูปสวยสวย เพราะดอกไม้ที่นี่จะบานอย่างพร้อมเพียงกัน ทำให้แลดูแล้วสวยมากมาก ซึ่งดอกไม้ที่นี่จะเป็นดอกไม้พื้นเมืองของที่นี่ที่จะหาชมจากที่อื่นได้ยากเช่นเดียวกัน 

     สำหรับการเดินทางมาเที่ยวที่ Namaqualand แห่งนี้นั้น นักท่องเที่ยวจะต้องมีรถยนต์ส่วนตัวขับมาเที่ยวด้วยตัวเอง หรือหากเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็สามารถติดบริษัททัวร์ เพื่อให้พามาเที่ยวที่นี่ได้ ซึ่งเมื่อเที่ยวที่ Namaqualand เสร็จแล้วคุณอาจจะแวะเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆของรัฐนามิเบีย หรือว่าที่สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ได้เช่นเดียวกันค่ะ

 

สนับสนุนโดย.    คาสิโนออนไลน์888

ชวนเที่ยวจังหวัดราชบุรี ไปกางเต้นท์นอนดูดาว ที่เขากระโจม 

           ที่จังหวัดราชบุรีนับได้ว่าเป็นจังหวัดที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯมากนักและการเดินทางไปที่จังหวัดราชบุรีนั้นก็ค่อนข้างที่จะสะดวกเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถโดยสารประจำทางไปหรือแม้แต่รถโดยตู้ประจำทาง  หรือถ้าหากใครมีรถยนต์ส่วนตัวเป็นของตนเองก็สามารถที่จะขับไปเที่ยวที่จังหวัดราชบุรีโดยใช้ระยะเวลาเพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆเท่านั้นเอง  

         สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวส่วนไหนของจังหวัดราชบุรีที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงและนักท่องเที่ยวให้ความสนใจและเดินทางไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมากนั้นคงหนีไม่พ้นที่อำเภอสวนผึ้งเพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้วันละเที่ยวตามจุดต่างๆเต็มไปหมด

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่อยากจะชวนไปเที่ยวกันในวันนี้ก็ยังคงเป็นอำเภอสวนผึ้งอยู่เหมือนเดิมซึ่งในครั้งนี้อยากจะชวนนักท่องเที่ยวให้พากันไปกางเต็นท์นอนดูดาวกันบนเขากระโจม ว่ากันว่าในสมัยอดีตนั้นเขากระโจมแห่งนี้มีชื่อเรียกว่าเขาลันดา

            โดยชาวเขาที่อาศัยอยู่ที่นี่งั้นเป็นชาวกะเหรี่ยงแต่ต่อมาได้มีคนบุกรุกมาทำเหมืองแร่ดีบุกซึ่งหลังจากที่มีการทำเหมืองแร่ดีบุกนั้นลักษณะของภูเขาก็มีรูปร่างเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นภูเขาที่มีพื้นที่ราบก็มีลักษณะคล้ายกับกระโจมอินเดียแดงดังนั้นชาวบ้านจึงมีการเปลี่ยนชื่อภูเขาแห่งนี้ จากเขาลันดา มาเป็นเขากระโจมนั่นเอง 

           แน่นอนว่าสถานที่ที่เป็นยอดเขานั้นส่วนใหญ่แล้วไฮไลท์ของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆคงหนีไม่พ้นทะเลหมอกนั่นเองซึ่งที่เขากระโจมนี้ก็มีทะเลหมอกสวยงามไม่แพ้กับทะเลหมอกของจังหวัดอื่นๆเลยทีเดียวสำหรับความสูงจากภาคพื้นดินจนถึงยอดเขาของเขากระโจมนั้นมีความสูงถึง 1045 เมตรเลยทีเดียว

      ถ้าหากนักท่องเที่ยวต้องการที่จะเดินทางขึ้นไปถึงยอดเขากระโจมนั้นจะต้องเดินทางมากกว่า 10 กิโลเมตรด้วยกันซึ่งตลอดระยะเวลาของการเดินทางนั้นค่อนข้างที่จะลำบากมาก และค่อนข้างที่จะอันตรายด้วยเช่นเดียวกันดังนั้นการเดินทางขึ้นบนยอดเขานั้นรักต้องเพื่อจะต้องใช้รถกระบะในการขับขึ้นเขาจะสะดวกมากกว่าการใช้รถเก๋งนั่นเอง

      อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวสามารถที่จะติดต่อรีสอร์ทที่เขากระโจมเพื่อทำการเช่ารถและพาขึ้นไปท่องเที่ยวบนยอดเขาได้นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่เป็นจิตอาสาตั้งกลุ่มขึ้นมาเรียกว่ากลุ่มรักษ์เขากระโจมสามารถที่จะแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวบนเขากระโดงได้ดีเลยทีเดียว  

             สำหรับบนเขากระโจมนั้นก็มีจุดชมวิวและจุดกางเต็นท์นอนเหมือนกับบนยอดเขาอื่นๆซึ่งท่านนักท่องเที่ยวคนไหนชื่นชอบการเที่ยวแบบธรรมชาติอยากจะมานอนฟังเสียงจิ้งหรีดเรไรนอนดูดาวยามค่ำคืนแล้วแล้วก็หากไม่อยากเดินทางไปไหนไกลก็ลองแวะมาเที่ยวที่เขากระโจมกันดูนะคะ

 

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย.    sagame