ดิสนีย์แลนด์ประเทศฮ่องกง

      สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์นั้นมีอยู่มากมายหลายประเทศแต่ที่อยู่ใกล้เมืองไทยมากที่สุดก็เห็นจะเป็นประเทศฮ่องกงนี่เองสำหรับเมืองไทยนั้นสวนสนุกนั้นของเรายังไม่มีดิสนีย์แลนด์ของเราจะมีแต่ Dreamworld และสวนสยามซึ่งปัจจุบันนี้ผู้คนมักจะนิยมไปเที่ยวที่ดรีมเวิลด์กันเป็นจำนวนมากแต่อย่างไรก็ตามหากมีการเปรียบเทียบกันระหว่างดิสนีย์แลนด์กับดิสนีย์เวิลด์แล้ว

ก็จะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กว้างใหญ่ไพศาลอย่างมากคุณสามารถที่จะไปเที่ยววันเดียวแล้วไม่สามารถเที่ยวได้หมดทุกจุดอย่างแน่นอนอย่างน้อยการเที่ยวที่ดิสนี่แลนด์ของประเทศฮ่องกงอย่างต่ำก็ต้องใช้ระยะเวลาถึง 3 วันด้วยกันถึงจะสามารถเล่นเครื่องเล่นได้ทั้งหมดหากใครที่เคยไปเที่ยวประเทศฮ่องกงจะรู้ว่าการเดินทางไปเที่ยวที่ดิสนีย์แลนด์ของฮ่องกงนั้น

เดินทางสะดวกมากเพราะสามารถนั่งรถไฟฟ้าแล้วจะไปจอดที่สถานีของดิสนีย์แลนด์โดยตรงได้เลยเมื่อถึงแล้วก็สามารถเดินตรงเข้าไปเพื่อทำการซื้อตั๋วในการเข้าไปเล่นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ซึ่งภายในสวนสนุกของดิสนีย์แลนด์ที่ฮ่องกงนั้นจะมีจุดให้เราถ่ายรูปมากมายและยังมีจุดให้เราเล่นได้อย่างมากมายโดยแบ่งออกเป็นส่วนๆไม่ว่าจะเป็นโซนเจ้าหญิงอวกาศโดนผีสิงและยังมีอีกหลายคนแล้วแต่ละโซนนั้น

ก็มีผู้ที่เข้าไปรอต่อคิวเป็นจำนวนมากซึ่งแน่นอนว่าหากเราจะต้องการเล่นเราก็ต้องรอคิวเครื่องเล่นต่างๆโดยเฉพาะเครื่องเล่นที่เป็นเครื่องเล่นหวาดเสียวมักจะมีผู้ที่ต่อคิวเล่นกันเป็นจำนวนมากตรงบริเวณทางเข้าจะมีจุดที่ให้เราหยิบแผนที่ว่าเรานั้นจะไปเล่นโซนไหนก่อนและต้องเดินไปทางไหนถึงจะเจอเครื่องเล่นที่ถูกใจกับเราหรือถ้าหากเรายังไม่รู้ว่าจะเดินไปที่ไหนก่อนนั้นเราสามารถไปขึ้นรถไฟก่อนได้.

ซึ่งรถไฟนี้จะพาวิ่งรอบรอบบริเวณ Disneyland เลยเพื่อให้เราได้ดูว่าตรงจุดไหนนั้นเป็นเครื่องเล่นเกี่ยวกับอะไรอย่างไรก็ตามช่วงประมาณต้นปีที่ผ่านมานั้นประเทศฮ่องกงได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด ดังนั้นจึงได้มีการปิด Disneyland เป็นการชั่วคราวเพื่อที่ป้องกันประชาชนเดินทางมาเล่นเครื่องเล่นกันอย่างหนาแน่นแล้วอาจจะมีการแพร่เชื้อไวรัสโควิดให้ติดต่อกันได้ซึ่งปัจจุบันนี้ทางประเทศฮ่องกงนั้น

ได้มีการควบคุมดูแลเรื่องของการระบาดของไวรัสได้เป็นอย่างดีแล้วดังนั้นจึงได้มีการประกาศออกมาจากทางรัฐบาลว่าทาง Disneyland เองจะเปิดให้บริการกับนักท่องเที่ยวได้แล้วเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 18 มิถุนายนปี พ.ศ.2563 ที่จะถึงนี้เองหากใครที่อยากไปเที่ยวสวนสนุกและถ่ายรูปกับเจ้าหญิงและตัวการ์ตูนของดิสนีย์ ห้ามพลาดเด็ดขาดนะคะ

 

 

สนับสนุนโดย  gclub มือถือ ทดลองเล่น

สวนสาธารณะเเห่งใหม่พระปกเกล้าสกายปาร์ค

สวนสาธารณะเเห่งใหม่พระปกเกล้าสกายปาร์คสวนสาธารณะลอยฟ้าอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาแหล่งท่องเที่ยวแหล่งใหม่

          กำลังจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนปีพศ 2563 นี้สำหรับสวนสาธารณะลอยฟ้าที่เรามีชื่อเรียกกันว่าพระปกเกล้าสกายปาร์คซึ่งเป็นสวนสาธารณะอีกแห่งหนึ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯซึ่งที่นี่จะสามารถให้บริการประชาชนให้มาออกกำลังกายหรือมาเดินเล่นพักผ่อนได้เขาบอกว่าสวนสาธารณะลอยฟ้าแห่งนี้มีแนวความคิดที่แปลกตาที่ทางภาครัฐได้มีการทำขึ้นมาเพื่อเอาไว้ให้ประชาชนได้มาพักผ่อนและมาออกกำลังกายกัน

ในช่วงเช้าและช่วงเย็นหลังจากที่หลายคนต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้านในช่วงที่มีการ สั่งห้ามไม่ให้เดินทางไปที่ไหนถึงเวลาแล้วที่จะออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติซึ่งก็พอดีกับที่เราจะได้สวนสาธารณะแห่งใหม่เอามาไว้ใช้งานอยู่พอดีสำหรับสวนสาธารณะแห่งนี้ว่ากันว่ามีการทำขึ้นจากโครงสร้างของสะพานที่เอาไว้สำหรับข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมันจะเป็นช่วงกลางของสะพานพระปกเกล้าสวนสาธารณะแห่งนี้

เราจะสามารถเดินหรือแม้แต่นำรถจักรยานขึ้นไปขี่ก็ได้ทำให้เราเห็นบรรยากาศความสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดสองข้างทางที่เรามีการวิ่งออกกำลังกายผ่านและได้มีการนำต้นไม้มาปลูกเพื่อให้เกิดความร่มรื่นและความสวยงามสำหรับสวนสาธารณะแห่งนี้จะมีเส้นทางยาวตั้งแต่ฝั่งทางด้านนครเชื่อมต่อไปยังถึงฝั่งธนบุรีทำให้เราสามารถที่จะเดินชิวๆในเวลาเย็นออกกำลังกายไปเรื่อยๆไม่ต้องเร่งรีบแล้วก็ชมวิวทิวทัศน์สองข้างทางที่เห็นแม่น้ำเป็นสวนสาธารณะที่อยู่บนสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกที่มีการสร้างขึ้นเรียกได้ว่านี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่

ที่กำลังจะเกิดขึ้นในกรุงเทพฯและคาดว่าน่าจะเป็นสถานที่ที่ผู้คนต่างก็จะพากันมาท่องเที่ยวที่นี่อย่างแรกเลยเพราะว่าเป็นสถานที่ออกกำลังกายแห่งใหม่เป็นสวนสาธารณะแห่งแรกที่ทำแบบลอยฟ้านักท่องเที่ยวต้องนิยมมาเช็คอินถ่ายรูปกันที่นี่เป็นจำนวนมากแน่ๆและอีกอย่างที่สำคัญก็คือในช่วงยามเย็นนั้นเรายังสามารถมาเดินหรือมาวิ่งออกกำลังกายตรงบริเวณนี้

ซึ่งนอกจากที่เราจะได้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้วเรายังได้มาเห็นวิวสวยๆของแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วยเชื่อว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ที่เปิดใหม่จะทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวมารวมกันอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมากอย่างไรก็ดีตอนนี้ยังไม่ได้มีการเปิดให้บริการเพราะยังก่อสร้างยังไม่เสร็จแต่คาดว่าช่วงประมาณเดือนมิถุนายนนี้จะเปิดให้บริการให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการได้แล้วซึ่งถ้าใครจะมาเตรียมสถานสวนสาธารณะลอยฟ้าแห่งนี้ก็สามารถมาได้ทั้งทางเรือทางรถเมล์หรือแม้แต่รถไฟฟ้าก็เดินทางมาที่นี่ได้เช่นเดียวกัน

 

 

ขอขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

ดอกไม้เปลี่ยนสีที่ประเทศญี่ปุ่น

ประเทศญี่ปุ่นหรือดินแดนอาทิตย์อุทัย ที่ชาวไทยรู้จักกันดี เพราะประเทศญี่ปุ่นนี้ถือเป็นประเทศที่เป็นอันดับต้นๆของนักท่องเที่ยวชาวไทยอย่างเราที่กาไว้ว่านี่คือจุดหมายที่ทุกคนอยากไป บางคนนั้นไปญี่ปุ่นแทบจะหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยรู้สึกเบื่อหรืออิ่มกับความรู้สึกในการไปเที่ยวที่ประเทศแห่งนี้เลย อาจจะเพราะด้วยวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น

รวมกับอุปนิสัยของคนญี่ปุ่นที่น่ารักและมีไมตรี จึงเป็นอีกหนึ่งมนต์เสน่ห์ที่ทำให้คนไทยหลายๆคนหลงใหลและอยากไปเที่ยว ยังไม่นับถึงอาหารการกินที่มีแต่ของอร่อย แล้วถึงของฝากที่มีแพคเกจจิ้งน่ารักๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนี้จริงๆ วันนี้จึงอยากจะมาแนะการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น

อีกหนึ่งมุมมองที่เปลี่ยนไปสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติกับดอกไม้เปลี่ยนสีในภูมิภาคโทโฮคุ ซึ่งที่นี่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ที่คลุมพื้นที่อยู่ทั้งหกจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัด อาโอโมริ จังหวัดมิยางิ จังหวัดอาคิตะ จังหวัดอิวาเตะ ซึ่งแต่ละจังหวัดก็จะมีชื่อเสียงในเรื่องของการชมดอกไม้เปลี่ยนสีที่โด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งมีตรงจุดไหนอะไรกันบ้าง มาติดตามกันได้เลย

ทะเลสาบโทวะดะ จังหวัดอาโอโมริ เพราะที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากในประเทศญี่ปุ่น และเป็นทะเลสาบที่มีความลึกเป็นอันดับสามของประเทศญี่ปุ่นด้วย โดยที่นี่มีจุดเด่นคือความสวยงามของลำธารธรรมชาติ และเมื่อถึงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี่ที่มีความงดงามของสีสันใบไม้แล้วสะท้องลงไปตามลำธารนั้นทำให้ภาพบรรยากาศของที่นี่ดูงดงามอย่างที่สุด

หุบเขามัตสึคาวะ จังหวัดอิวาเตะ จุดเด่นของที่นี่คือสะพานมัตทสึคาวะ ที่สามารถที่จะทำให้คุณมองเห็นวิวอันงดงามของดอกไม้เปลี่ยนสีได้แบบสามร้อยหกสิบองศา ซึ่งช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการรับชมดอกไม้เปลี่ยนสีของที่นี่นั้น แนะนำให้คุณมาที่นี่ตอนช่วงเดือนตุลาคมได้เลย รับรองว่าประทับใจแน่นอน

หุบเขาดาคิกาเอริ จังหวัดอาคิตะ อีกหนึ่งที่ ที่คุณต้องไม่พลาดหากที่จะต้องการดูความสวยงามของดอกไม้เปลี่ยนสี เพราะที่นี่นั้นมีเส้นทางชมวิวที่สวยงามให้คุณได้เพลิดเพลินอย่างมามากมายไม่ว่าจะเป็นทางเดินริมแม่น้ำ หรือสะพานข้ามหุบเขาที่รับรองว่าเมื่อคุณเห็นภาพบรรยากาศที่นี่แล้วนั้น คุณจะไม่มีวันลืม

ช่องเขานารุโกะ จังหวัดมิยางิ จุดเด่นของนี่ที่คือการนั่งรถไฟชมวิว ที่มีใบไม้สีแดง สีเหลืองและสีเขียวตัดสลับกันไปมา ซึ่งหากใครก็ตามที่ได้มีโอกาสมานั่งรถไฟชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีของที่นี่นั่น ราวกับว่าได้หลุดเข้ามาในเทพนิยายเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  gclub

พาเที่ยวกรุงเก่ามาไหว้วัดมหาธาตุที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับกรุงเทพฯเราสามารถขับรถมาเที่ยวที่นี่ได้โดยไม่จำเป็นต้องค้างคืนแต่ถ้าใครอยากจะเที่ยวที่พระนครศรีอยุธยาหลายคืนก็สามารถที่จะทำการจองโรงแรมได้ซึ่งที่นี่ก็จะมีโรงแรมให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักได้ตลอด 24 ชั่วโมงกันเลยทีเดียวล่ะค่ะแต่ถ้าหากใครอยากจะไปแบบเช้าเย็นกลับแล้วเราก็สามารถขับรถมาเที่ยวที่นี่ได้แหล่งท่องเที่ยวของพระนครศรีอยุธยาที่ขึ้นชื่อเลย

ก็คือการขับรถมาทำบุญไหว้พระเยี่ยมชมซากโบราณมาที่นี่เป็นกรุงเก่าสมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งเราจะสามารถเห็นซากปรักหักพังเป็นซากความเจริญรุ่งเรืองที่เคยมีมาในอดีตซึ่งวันนี้เราจะพากันไปเที่ยวและไปชื่นชมความงามของวัดมหาธาตุซึ่งเป็นหนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงมากในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาชาวต่างชาติหรือแม้แต่คนไทยต่างก็นิยมไปไหว้และไปชมความงดงามและความเจริญรุ่งเรืองในอดีต

สำหรับที่วัดมหาธาตุแห่งนี้นะคะเป็นวันที่มีความเก่าแก่มายาวนานแต่ว่าตอนนี้เนื้อเพลงสร้างให้เราได้ดูเพราะว่าถูกทำลายลงเมื่อสมัยช่วงที่มีสงครามเกิดที่กรุงศรีซึ่งเป็นสงครามครั้งที่ 2 สำหรับที่นี่จะเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมธาตุและยังเป็นที่คำนามของสมเด็จพระสังฆราชอีกด้วยวัดมหาธาตุนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งของจังหวัดกรุงศรีอยุธยาถึงแม้ว่าจะมีร่องรอยของการถูกทำลายไปเยอะ

แต่ก็ยังคงความงดงามและความน่าอัศจรรย์ใจว่าทำไมคนในสมัยโบราณที่ไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยอะไรเลยกลับได้สร้างสิ่งที่สวยงามเอาไว้ให้ลูกหลานที่สามารถดูกันได้เพราะหากเราได้ไปเห็นจะเห็นได้ว่าการก่อสร้างวัดมหาธาตุนั้นเป็นการใช้อิฐแดงก่อสร้างต่อๆกันไปให้มีความสูงตามรูปทรงต่างๆก่อนที่เราจะเข้าไปภายในบริเวณวัดมหาธาตุนั้นที่นี่จะเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถซื้อของที่ระลึกเอากลับไปเป็นของฝากให้กับเพื่อนๆได้และถ้าหากใครจะเข้าไปชมความงามด้านในแล้วก็จะต้องมีการซื้อตั๋วก่อนเข้าชมด้วยนะคะ

ไม่เข้าไปบริเวณในพื้นที่เขตของวัดมหาธาตุก็จะมีการติดป้ายแนะนำข้อมูลต่างๆซึ่งเราสามารถอ่านประวัติความเป็นมาของแต่ละที่ได้ตามป้ายนี้ได้เลยค่ะซึ่งจะมีทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศคอยให้บริการนักท่องเที่ยวที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างประเทศอีกด้วยซึ่งจะมีการอธิบายถึงประวัติความเป็นมาของวัดมหาธาตุแห่งนี้และที่เป็นไฮไลท์ของวัดอีกจุดหนึ่งก็คือเราจะสามารถไปชมต้นโพธิ์ที่มีความใหญ่มากแต่ที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือตรงบริเวณใต้ต้นโพธิ์นั้นเราจะเห็นหน้าพระพุทธรูปแทรกอยู่ระหว่างกลางต้นโพธิ์

ซึ่งนักท่องเที่ยวมักจะนิยมมาถ่ายรูปที่บริเวณนี้กันเป็นจำนวนมากและถึงแม้จะถูกศัตรูที่มารุกรานจุดไฟเผาไหม้ไปเยอะแต่ก็ยังคงร่องรอยของอารยธรรมที่งดงามจะมีสร้างพระพุทธรูปหลายองค์ประดิษฐานอยู่ที่วัดมหาธาตุแห่งนี้ประวัติความเป็นมานั้นจะมีทั้งพระปรางค์ซึ่งมีขนาดองค์ที่ใหญ่มากแต่ปัจจุบันก็ได้พังทลายไปแล้วและที่นี่ยังมีเจดีย์ 8 เหลี่ยม

ซึ่งมีการสร้างได้ลดหลั่นกันทั้งหมด 4 ชั้นรวมถึงยังมีวิหารที่ฐานชุกชีและยังมีพระปางขนาดกลางซึ่งแต่ละอย่างที่กล่าวมานี้ก็เป็นศิลปะตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาซึ่งเราควรอนุรักษ์เอาไว้ ต่อกันหากใครที่ชื่นชอบศิลปะโบราณต่างๆแนะนำเลยว่ามาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะเพราะวัดมหาธาตุแห่งนี้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเลยนะคะ

 

สนับสนุนโดย  สมัครเอเย่นต์ ufabet

ร้านเด็ดที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเยาวราชในยามค่ำคืน

เยาวราชถือได้ว่าเป็นแหล่งรวมอาหารอร่อยเลยก็ว่าได้ มีหลายร้านเด็ดหลายร้านดังที่เราไม่ควรพลาดเมื่อมีโอกาสได้ไปเยาวราช วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักร้านอาหารอร่อยที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเที่ยวเยาวราชในยามค่ำคืนว่ามีร้านไหนบ้าง

1.ขนมปังเยาวราช 

ร้านนี้นี่ถือว่าเป็นร้านขนมปังเจ้าดังประจำเยาวราชเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าใครที่ได้ไปเยาวราชก็จะต้องไม่พลาดโอกาสไปต่อแถวเพื่อรอชิมความอร่อยของขนมปังร้านนี้ ซึ่งมีขนมปังให้เลือกชิมหลายไส้ มีไส้เนยนม แต่ไส้ที่ยืนหนึ่งและห้ามพลาดของร้านเลยนั้นคือไส้เนยนม ใครได้กินเป็นต้องติดใจ ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามธนาคารออมสิน เปิดวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 16.30-21.00 น.

2.ขนมเบื้องป้าแอ๋ม

ขนมเบื้องของป้าแอ๋มนั้นมีไส้ให้เลือก 4 ไส้ โดยขายเป็นชุดชุดละ 40 บาท ใน 1 ชุดมีขนมเบื้อง 4 ชิ้น ตกชิ้นละ 10 บาท ตัวขนมมีขนาดชิ้นที่ใหญ่คุ้มค่ากับราคา ร้านขนมเบื้องป้าแอ๋มนั้นเป็นรถเข็นเล็กๆซึ่งจอดขายในช่วงกลางคืนบนถนนเยาวราช เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่ 18.00 – 23.00 น.

3.ครัวพรละมัย

ร้านนี้ดังในเรื่องของสุกี้แห้งกระทะร้อนซึ่งมีต้นแบบมาจากจีนแต้จิ๋ว และร้านพรละมัยเองก็เปิดมานานกว่า 25 ปี จากระยะเวลาดังกล่าวก็น่าจะบ่งบอกได้ถึงความอร่อย เพราะถ้าไม่อร่อยคงไม่ขายมายาวนานขนาดนี้ และมีลูกค้ามาอุดหนุนอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ ใครที่อยากสัมผัสสุกี้กระทะร้อนเของร้านพรละมัยสามารถไปชิมได้ในวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 18.00 – 02.00 น. ร้านอยู่ในซอยแปลงนาม

4.ก๊วยจั๊บนายอ้วน หรือ ก๊วยจั๊บ อ้วนโภชนา

คิดถึงก๊วยจั๊บหมูกรอบต้องไม่พลาดก๊วยจั๊บร้านนี้ ด้วยความที่ร้านมีความขึ้นชื่อในเรื่องของการปรุงรสน้ำซุปให้มีความกลมกล่อมและไม่มีความฉุนหรือเผ็ดจากพริกไทยมากไป ร้านนี้จึงเป็นร้านที่มีชื่อเสียงและลูกค้าต่อคิวรอกินกันอย่างล้นหลาม ถ้ามีโอกาสไปเยาวราชแล้วนั้นจะต้องไม่พลาดไปชิมร้านนี้เลย ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามโรงหนังไชน่าทาวน์ เปิดวันอังคาร-อาทิตย์ โดยวันอังคาร-วันเสาร์ร้านจะเปิดตั้งแต่เวลา 18.00-03.00 น. ส่วนวันอาทิตย์ ร้านจะเปิดตั้งแต่เวลา 18.00-00.00 น. 

5.sweettime

ร้านขนมหวานขึ้นชื่อประจำเยาวราชในตอนกลางคืน ขนมของร้านก็มีให้เลือกกินอย่างหลากหลายทั้งขนมหวานประเภทร้อนและขนมหวานประเภทเย็น ราคาก็ไม่แพง แถมความอร่อยก็ไม่ธรรมดา ร้านอยู่ตรงข้ามโรงแรมHotel Royal Bangkok เปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 13.30-22.00 น. 

นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของร้านเด็ดร้านดังที่เปิดขายในเยาวราชเวลากลางคืนเท่านั้น ยังมีอีกหลายร้านที่เราไม่ควรพลาด หากคุณมีโอกาสได้ไปเยาวราชแล้วคุณต้องไม่พลาดที่จะไปต่อแถวเข้าคิวรอกินของอร่อยเหล่านี้ เพราะถ้าไม่งั้นแล้วจะถือว่าไปไม่ถึงเยาวราชเลยก็ว่าได้

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

กาญจนบุรีกับ 4 สถานที่ ที่ต้องไปลอง

ช่วงฤดูฝนอากาศจะเย็นสบาย ไม่ร้อนมากนัก ทำให้เราได้นึกถึงสายน้ำ ป่า ภูเขา หากจะหาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่ไกลมากได้บรรยากาศที่ดีตลอดทั้งการเดินทาง และรถไม่ติด หนีความวุ่นวายช่วยให้จิตใจกลับมากระชุ่ม กระชวยได้ ก็ต้องขอแนะนำจังหวัดกาญจนบุรี 

ที่จังหวัดกาญจนบุรีมีสถานที่มากมายและที่พักหลากหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมส่วนใหญ่ คือ บ้านพักติดริมน้ำ หรือบ้านพักที่อยู่บนแพ มองออกนอกหน้าต่างเห็นแม่น้ำ ป่า บรรยากาศเย็นสดชื่น อีกทั้งยังมีกิจกรรมให้ทำสำหรับสายลุยด้วย  แต่กาญจนบุรีไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ ไหนๆ ก็เดินทางมาที่นี่แล้ว เรามี 4  สถานที่ ที่น่าลองไปดูมาฝากกัน

1.ซาฟารีปาร์ค

สวนสัตว์เปิด ซาฟารีปาร์ค ตั้งอยู่ที่ อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี หากเรานึกถึงการไปสวนสัตว์ ที่เคยรู้จัก ก็คงนึกถึงการเดินดูสัตว์ไปเรื่อยๆ ดูสัตว์ที่อยู่ในกรง แต่ที่นี่ไม่ใช่ ที่ซาฟารีปาร์คเราจะได้นั่งรถมินิบัสเข้าไปในที่อยู่อาศัยของสัตว์ ได้ให้อาหาร และถ่ายภาพร่วมกับน้องๆ เรียกได้ว่าใกล้ชิดแบบสุดๆ โซนสัตว์ที่นี่จะแบ่งเป็น กวาง ม้าลาย เสือ สิงโต และไฮไลท์ คือ ยีราฟ หากอยากใกล้ชิดมากขึ้น เราสามารถซื้อโปรแกรมชมสัตว์แบบส่วนตัวได้ด้วย 

ค่าบริการเริ่มต้นอยู่ที่ 200 บาท (ผู้ใหญ่) และ 100 บาท (เด็ก)  เวลาทำการเปิด 09.00 น. – 17.00 น.

2.สะพานข้ามแม่น้ำแคว 

ทางรถไฟที่ทอดยาวข้ามแม่น้ำ เป็นเส้นทางรถไฟในประวัติศาสตร์ เกิดในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเกิดขึ้นจากหยาดเหงื่อแรงงานของเชลยศึกในยุคนั้น ว่ากันว่าต้องมีผู้คนจำนวนมากที่จบชีวิตลงในขณะสร้างเส้นทางรถไฟและสะพานนี้ หนึ่งไม้หมอน เทียบเท่ากับหนึ่งชีวิต 

สะพานนี้สร้างเสร็จเรียบร้อยและเปิดให้ใช้งานในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2488 และไม่นานก็ถูกโจมตีทางอากาศและพังลง เมื่อสิ้นสุดสงคราม รัฐบาลไทยได้ซื้อทางรถไปนี้มาเป็นของประเทศในราคา 50  ล้านบาท และซ่อมแซมจนสามารถใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน 

มาที่นี่นอกจากจะมาเก็บบรรยากาศถ่ายรูปเล่นกับทางรถไฟแล้ว ยังมีบริการนั่งเรือท่องเที่ยววัด และถ้ำที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย เรียกได้ว่า กิน เที่ยว ถ่ายรูป ครบเลยทีเดียว

3.วัดถ้ำเสือ 

กราบนมัสการพระธาตุ และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุด ในจังหวัดกาญจนบุรี ไหนๆ เราก็มาเที่ยวแล้ว เข้าวัดสักหน่อยทริปนี้จะได้สมบูรณ์แบบ วัดถ้ำเสือมีความกว้างขวางใหญ่โตมาก และบรรยากาศที่นี่ก็ค่อนข้างเย็นสบายมีลมพัดผ่าน ที่โดดเด่นของที่นี่ คือ ทางขึ้นที่สูงชัน ทำให้มีบริการรถรางรับ-ส่งขึ้นลง สำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเดินขึ้น  เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ๆ ห้ามพลาดอีกหนึ่งที่

4.มีนา คาเฟ่

ตบท้ายด้วยคาเฟ่กันดีกว่า สมัยนี้ใครๆ ก็ไปคาเฟ่กัน ที่จริงแล้วคาเฟ่มีอยู่หลากหลายที่ แต่ที่เลือกมีนา คาเฟ่ เนื่องจากอยู่ใกล้วัดถ้ำเสือ หากมาวัดทำบุญไหว้พระเรียบร้อยก็สามารถเวะมาถ่ายรูปกับท้องทุ่งนา สั่งเครื่องดื่มหวานเย็นแก้กระหาย ที่นี่ได้เลย เป็นการปิดทริปที่สวยงาม หรือจะแวะที่นี่ก่อนแล้วค่อยไปต่อวัดถ้ำเสือก็สามารถทำได้

จริงๆ แล้วกาญจนบุรีมีที่ท่องเที่ยวมากมาย เรียกได้ว่ามาที่นี่ก็น่าจะครบ เป็นทริปที่เพอร์เฟคได้ เที่ยวอย่างมีความสุข สนุกเพลิดเพลิน และอย่าลืมระมัดระวังเรื่องความปลอดภัย

 

 

สนับสนุนโดย  www.ufa168.co ลิงค์เข้าใช้งานค่ะ

เที่ยวญี่ปุ่นโตเกียว

      วันนี้เรามานำเสนอสถานที่เที่ยวในญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นเองเป็นประเทศเล็กๆ ในลักษณะเกาะต่าง โดยแบ่งเป็น 4 ส่วนด้วยกัน มีเหนือคือ ฮอกไกโด กลางคือ โตเกียว ใต้คือ โอกินาว่า  และวันนนี้เราจะพาไปเที่ยวภาคกลางคือ โตเกียว ในเมือง อะซากุสะ ย่านก่าแก่แห่งความหลัง ถ่ายรูปคู่โคมแดงใหญ่ยักษ์สักการะเจ้าแม่กวนอิม นั่งชมวิวริมแม่น้ำ อะซากุสะ (Asakusa)ย่านวัฒนธรรมเก่าแก่ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวที่แทบทุกคนมื่อมาถึงโตเกียวแล้วต้องไม่พลาดไปถ่ายรูปคู่กับประตูทางเข้าวัด 

อะซากุสะ ที่มีจุดเด่นเป็นโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์ใหญ่เขียนด้วยตัวอักษรญี่ปุ่นตามชื่อของประตูคะมินะริมง (Kaminarimon) หรือประตูสายฟ้ ห้อยอยู่ตรงกลางระหว่างเสาประตูทางเข้าให้นักท่องเที่ยว ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกแทนสัญลักษณ์ของการมาเยี่ยมเยือนแดนปลาติบ

การเดินทาง

Tokyo Metro Ginza Line สถานี Asakusa [G19]

ทางออกที่ 3 แลัวดินตรงไปจนถึงสี่แยกใหญ่จะเจอทางเข้าวัดอะชะกุสะ

Toei Subway Asakusa Line สถานี Asakusa [A18]

ทางออก A ขึ้นจากสถานี เลี้ยววาเดินออกไปยังคนนใหญ่

แล้วเลี้ยวซ้ายดินไปตรงสี่แยกจะพบกับทางขวัดอะชะกุละ

ถ้าเลี้ยวผวาจะเจอวิวแม่น้ำซุมิคะ

Tobu Railways Skytree Line ลงสถานี Asakusa

ตัวลถานีจะอยู่กายในห้าง Matsuya ให้ใช้ทางออก ปmamichi

แล้วเดินข้มนนพื่อเดินตรงข้าสู่ Nakamise –Dori

 Kaminarimon หรือ วัดโคมแดง

ประตูสายฟ้ที่มีรูปปั้นเทพรักษาประตู 2 องค์ตั้งอยู่เพื่อปกป้องรักษาวัด สร้งขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.941 แต่ประตูที่เห็นอยู่ทุกวันนี้สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ.196 ด้านขวกเป็นเทพเจ้า “ฟูจิน” เทพแห่งสายลม (God of Wind) ทางด้านซ้ายเป็น “ไรจิน”  เทพแห่งสายฟ้า (God of Thunder) ส่วนตรงกลางประตูจะมีโคมไฟสีแดงขนาดยักษ์ แขวนไว้ ด้วยความสูง 4.50 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 3.40 เมตร และมีน้ำหนักมากถึง 670 กิโลกรัม ทำให้โคมไฟดวงนี้ได้สถิติโคมไฟแดง ขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โคมไฟดวงนี้เองที่เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

พาเที่ยวตลาดริมน้ำหน้าวัดศาลเจ้า ของจังหวัดปทุมธานี

                   วันนี้เราจะพามาเที่ยวตลาดที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ของวัด  ซึ่งตลาดจะมีการเปิดขายของอยู่ตรงหน้าวัดศาลเจ้า และอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับวัดมะขามด้วย ที่ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดที่มีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาซื้อของกันเป็นจำนวนมาก สำหรับตลาดที่นี่ไม่ได้จัดว่าเป็นตลาดน้ำ เพียงแต่มีพื้นที่ตั้งของตลาดอยู่ติดกับริมน้ำเท่านั้น

โดยตลาดแห่งนี้จะเปิดขายของทุกวัน และจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาซื้อของที่ตลาดแห่งนี้เยอะทุกวันเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือในช่วงวันหยุดวันเสาร์และวันอาทิตย์ ผู้คนจะเดินทางมาที่นี่เยอะมาก โดยทางวัดยังต้องจัดสรรที่จอดรถให้จอดตรงกลางซอยแล้วนำรถกอร์ฟขับมาส่งนักท่องเที่ยวให้มาที่วัดอีกทีหนึ่ง  ที่สำหรับของที่นำมาขายก็เหมือนกับตลาดอื่นอื่นทั่วไป มีทั้งกับข้าว น้ำดื่ม ขนมไทย น้ำพริ้ก ก๋วยเตี๋ยว ลูกชิ้นทอด  ลูกชิ้นปิ้ง และไอศกรีมทีต้องบอกว่าอร่อยมาก และยังมีการขายขนมข้าวแตนทีต้องบอกว่าหากมาถึงช้าหลังเที่ยงไปแล้วจะอดกินแน่นอน

เพราะขนมข้าวแตนทีนี่อร่อยมาก ลูกค้าที่เดินทางมาที่นี่จะต้องซื้อกลับติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากให้กับเพื่อนเพื่อนหรือญาติญาติกันทุกครั้ง นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่นอกจากจะมาซื้อของกินแล้ว ยังมาไหว้พระ ขอทำบุญ ทำสังฆทานอีกอีก เพราะตรงข้ามกับตลาดจะมีวัดศาลเจ้าซึ่งตรงจุดนี้จะมีการทำบุญสังฆทานตลอดทั้งวัน

และยังมีจุดให้บริการทำบุญกับวัดอีกมากมาย  และถ้าเดินมาอีกนิดไม่ถึง 3 นาทีอีกด้านของวัดศาลเจ้าจะเจอกับศาลของเซียนแปะ ซึ่งศาลแห่งนี้มีชื่อเสียงมากในจังหวัดปทุมธานี ในการให้นักท่องเที่ยวได้มาขอพร และส่วนใหญ่ก็จะสมหวังกันทุกรายไป รวมถึงใกล้ใกล้กับศาลของเซียนแปะ ยังมีศาลา ไหว้พระอีกหลายจุด ซึ่งเขตนี้จะเป็นพื้นที่ของอีกที่ชื่อว่าวัดมะขาม

ซึ่งวัดและศาลทั้งหมดที่กล่าวมานี้มีพื้นที่อยู่ติดกันและไม่ได้มีการทำกำแพงกั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปทำบุญแล้วกลับมาซื้อของกินก่อนกลับบ้านได้เลย และเดินไปทางด้านหลังตลาดจะอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทีนี่จะมีชาวบ้านนำปลามาขาย ให้นักท่องเที่ยวได้ทำบุญด้วยการปล่อยปลาหรือจะซื้อขนมปัง หรืออาการป้อนปลาก็ได้  จะมีโป๊ะให้นักท่องเที่ยวลงไปในให้อาหารปลาได้อย่างใกล้ชิด และยังสามารถนั่งเล่น บนโป๊ะ เพื่อชมความงามของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อีกด้วย เพราะที่นี่จะมีการทำที่นั่งไว้รองรับนักท่องเที่ยวไว้มากมาย 

 

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า Ufabet168

ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพรปีใหม่

เช้าวันนี้ วันที่ 1 มกราคม  เป็นเช้าวันแรกของปีพุทธศักราชใหม่ หลังจากที่เมื่อคืนอยู่เคาดาวน์กับเพื่อนจนดึกตื่น  เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นเวลา 6.30 น. ตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเตรียมของไปใส่บาตรปีใหม่เอาฤกษ์เอาชัยให้กับชีวิตหน่อย วัดที่บ้านเราไปใส่บาตรก็คือวัดป่าบำเพ็ญธรรม ที่เลือกไปวัดนี้ก็เพราะเงียบสงบดีแล้วก็เดินทางสะดวกไม่ไกลจากบ้านมาก หลังจากใส่บาตรกันเสร็จแล้ว

ที่บ้านเลยชวนกันไปไหว้พระกันต่อ คุยกันว่าจะไปที่ไหนดี แม่ออกความคิดเห็นว่า เราเป็นคนสระบุรีก็ต้องไปไหว้พระที่สำคัญของจังหวัดสระบุรีบ้านเรา จึงสรุปกันว่าจะไปสถานที่ตามนี้กันค่ะ 

1.ศาลหลักเมืองสระบุรี เนื่องจากเราเป็นลูกหลานชาวสระบุรีเราจึงพลาดไม่ได้ที่จะต้องเดินทางมากราบไหว้สักการะท่าน ศาลหลักเมืองสระบุรีตั้งอยู่ในใจกลางเมืองสระบุรีอยู่ใกล้กับศาลากลางจังหวัด การได้มากราบไหว้ท่านถือว่าได้มากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงสุดของจังหวัด ตามความเชื่อโบราณเค้าว่าถ้าอยากได้สิ่งใดให้มาขอพรท่าน พวกเราก็เลยถือฤกธิ์งามยามดีวันปีใหม่นี้ มาขอพรให้เจริญในหน้าที่การงาน การเงินคล่องมือ สุขภาพแข็งแรง พบแต่ความสุขสมหวังกันตลอดทั้งปี ที่สำคัญมีเคล็ดอยู่ว่าเวลาเดินเข้าประตูไหนให้ออกประตูนั้น

2.วิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่บ้านหนองตาโล่ ตำบลคชสิทธิ์ อำเภหนองแค เป็นสถานที่ที่ไม่ใช่แต่คนสระบุรีเท่านั้นที่เดินทางมาไหว้สักการะ ยิ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ด้วยแล้วผู้คนเดินทางมาจากทั่วทุกสาระทิศ เพื่อกราบไหว้ขอพรและมารับแจกปฎิทินปีใหม่ของหลวงพ่อ แม้ที่นี่จะไม่ใช่วัดดังแต่ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อที่เวลามาขอพรอะไรแล้วกลับไปส่วนใหญ่จะได้สมหวังตามที่ขอ ทำให้มีคนมากราบไหว้สักการะและแก้บนองค์หลวงพ่อกันเยอะมาก 

3.วัดพระพุทธฉาย ตั้งอยู่ตรงทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น วัดนี้มีที่ให้กราบไหว้ด้วยกันสองที่ ที่แรกอยู่ในบริเวณตัววัดแต่ต้องขึ้นทางบันไดพญานาคที่สูงหลายขั้น ในมณฑปจะเห็นผู้คนมากมายกำลังกราบไหว้และปิดทองที่หน้าผาจะเห็นเงาแดงๆลักษณะเป็นเงาของพระพุทธเจ้าทรงยืนอยู่ ส่วนที่ไหว้ที่สอง เราจะต้องเอารถขึ้นไปจอดบนภูเขา แนะนำว่าให้ท่านจอดรถไว้ในที่ที่วัดกำหนดเพราะจะมีคนดูแลรถของเราไม่ให้น้องลิงมาวุ่นวาย  แล้วออกเดินไปตามทางเพื่อขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ระยะทางเดินไม่ได้ไกลมากแต่ก้อเล่นเอาคณะของเราเหงื่อแตกกันเลยทีเดียว 

เราเชื่อว่าการไปกราบไหว้และขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในช่วงปีใหม่นั้น ก็เพื่อความเป็นสิริมงคลกับชีวิต ให้ชีวิตที่กำลังจะเริ่มต้นได้พบแต่สิ่งที่ดีๆและมีความสุข

 

ขอขอบคุณ  ดูบอล  ที่ให้การสนับสนุน

เที่ยวไต้หวัน

ไต้หวันเป็นประเทศที่อยู่ภายใต้การปกครองพิเศษของประเทศจีน และไต้หวันนั้นเป็นเกาะจึงทำให้ประเทศไต้หวันนั้นมีทะเลที่สวยและติดกับเองต่างๆหลายแห่ง เช่นเมืองหลวงของระเทศไต้หวันนั้นคือเมืองไทเปก็อยู่ติดกับทะเลเช่นกัน ไต้หวันถึงแม้จะเป็นเขตปกครองพิเสษของประเทศจีน แต่แปลกมากที่วิถีชีวิตและความเป็นอยู่สังคมและเมืองกลับมีความคล้านครึงกับประเทสญี่ปุ่นมากกว่าจีน ไต้หวันจึงได้ฉายาว่า Little Japan นั่นเอง 

สิ่งที่ทำให้ไต้หวันนั้นคล้ายคลึงกับเกาหลีนั้นก็น่าจะเป็นเรื่องอาหารโดยอาหารส่วนมากของไต้หวันก็จะมีพวกปลาทะเลสดไม่ว่าจะเป็นแซลม่อน ปลาทูน่า กุ้งล็อบเตอร์ ปูอลาสก้า และที่โด่งดังมากๆที่ทำให้คนที่ไปเยือนไต้หวันส่วนใหญ่นั้นต้องไปกินก็คืออูนิหรือไข่หอยเม่นนั่นเอง เพราะคุณภาพของทะเลที่ไต้หวันนั้นไม่ต่างกับที่ญี่ปุ่นเลย ทำให้เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการอยากสัมผัสอาหารทะเลแบบฟิลญี่ปุ่นแต่งบน้อยนั้นสามารถมาลิ้มลองได้ที่ประเทศไต้หวันนั่นเอง นอกจากอาหารทะเลที่เด็ดดังแล้วนั้น อาหารพื้นบ้านไม่ว่าจะเป็น ข้าวหมูตุ๋น เสี่ยวหลงเปาหรือก๋วยเตี๊ยวเนื้อนั้น ก็อร่อยไม่แพ้อาหารทะเลเลย

นอกจากเรื่องอาหารทะเลที่มีคุณภาพแล้วนั้นประเทศไต้หวันถือว่าเป็นประเทศที่ระบบการคมนาคมค่อนข้างดีสู้กับประเทศใหญ่ๆได้เลยทีเดียว เพราะนอกจากจะมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รสบัสและรวมไปถึงแท็กซี่ด้วย ทำให้การเดินทางในประเทศไต้หวันนั้นจึงเป็นเรื่องที่ง่ายละสะดวกมากๆอีกด้วย ทั้งนี้ไต้หวันมีการจัดระเบียบการจราจรที่ค่อนข้างดีด้วย เพราะที่ไต้หวันนั้นรถติดน้อยมาก 

ทั้งนี้ไต้หวันถือเป็นประเทศที่ค่าครองชีพต่ำ หรือค่าครองชีพพอๆกับประเทสไทยนั่นเอง ทำให้ของกินหรือสินค้าต่างๆที่ไต้หวันมีราคาถูกทำให้คนที่ไปเที่ยวนั้นหมดกังวลเกี่ยวกับการใช้จ่ายไปได้เลย เพราะการมาเที่ยวประเทศไต้หวันนั้นใช้งบในการมาน้อยมากๆ แต่คุ้มค่าและประทับใจอย่างแน่นอน

นอกจากเรื่องการกินและค่าครองชีพที่ต่ำแล้วนั้นสถานที่ท่องเที่ยวในไต้หวันก็มีมากมายหลากหลาย ทั้งแนววัฒนธรรม สถาปัตยกรรม ธรรมชาติ รวมไปถึงคาเฟ่ในย่านต่างๆ ก็มีให้เลือกเที่ยวความชอบของแต่ละบุคคล นอกจากนี้ยังรวมไปถึงการช็อปปิ้งด้วย เพราะที่ไต้หวันก็มีย่านสำหรับช็อปปิ้ง เช่น Ximending street ก็มีร้านค้ามากมายไม่ว่าจะเป็นร้านรองเท้าเสื้อผ้าให้เลือกช็อปกัน แต่ถ้าหากว่าใครชอบแบรนด์เนมก็สามารถไปช็อปกันได้ที่ตึก Taipei101นั่นเองเพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมของแบรนด์เนมต่างๆที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวันเลยทีเดียว

เห็นไหมว่าไต้หวันนั้นเป็นประเทศที่เราควรจะไปเยือนสักครั้งเพราะไต้หวันนั้นถือว่าเป็นประเทศที่ครบเครื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกิน สถานที่ท่องเที่ยว และผู้คนก็น่ารักด้วย 

 

 

สนับสนุนโดย  holiday palace สมัคร